ม.ทักษิณ เปิดโครงการค่ายอาสาทำดีเพื่อพ่อ สานต่อเทา-งาม
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2560 องค์การนิสิตมหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ได้จัดพิธีเปิดโครงการค่ายอาสาทำดีเพื่อพ่อ สานต่อเทา-งาม ณ ห้องประชุมวิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ โดยมีอาจารย์ ดร. สุชาติ สุขสถิตย์ รองอธิการบดีวิทยาเขตพัทลุง เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ โครงการค่ายอาสาทำดีเพื่อพ่อ สานต่อเทา-งาม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 -31 มีนาคม 2560 ณ โรงเรียนบ้านชายคลอง และโรงเรียนบ้านหัวป่าเขียว โดยมี 5 มหาวิทยาลัยในเครือเทา-งาม เข้าร่วมกว่า 200 คน ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยมหาสารคามและมหาวิทยาลัยทักษิณ ที่จะมาร่วมกันทำโครงการค่ายอาสาทำดีเพื่อพ่อ สานต่อเทา-งาม เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพัทลุง

โดยเฉพาะโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบเสียหายจากอุทกภัยได้แก่ โรงเรียนบ้านชายคลอง ตำบลพนางตุง และโรงเรียนบัวหัวป่าเขียว ตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟู บำรุง ซ่อมแซม โรงเรียนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม และเพื่อกระตุ้นให้นิสิตมีจิตอาสา รู้จักบำเพ็ญประโยชน์ และเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน และระหว่างนิสิตในเครือข่ายเทา-งาม โดยมีรูปแบบกิจกรรมดังนี้
1. ฐานการเรียนรู้ จำนวน 8 ฐาน
2. ปรับปรุงรั้ว จำนวน 2 แห่ง
3. ปรับปรุงแปลงเกษตร จำนวน 3 แปลง
4. ทาสีรั้ว จำนวน 300 เมตร
5.ปรับปรุงท่อระบายน้ำ จำนวน 3 จุด
6. นิทรรศการพระราชกรณียกิจในหลวง จำนวน 2 ชุด
โครงการในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา จำนวน 178,950 บาท และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ฝ่ายกิจการนิสิตวิทยาเขตพัทลุง ฝ่ายกิจการนิสิตวิทยาเขตสงขลา ฝ่ายบริหารวิทยาเขตพัทลุง วิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน เทศบาลตำบลทะเลน้อย องค์การบริหารส่วนตำบลพนางตุง โรงเรียนบ้านชายคลอง โรงเรียนบ้านหัวป่าเขียว
อาจารย์ ดร.สุชาติ สุขสถิตย์ รองอธิการบดีวิทยาเขตพัทลุง กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่มุ่งผลิตบัณฑิตให้มีอัตลักษณ์ที่ว่า เป็นคนดี รับผิดชอบ รอบรู้ สู้งาน มีประสบการณ์เชิงปฏิบัติ และทักษะสากล เทิดค่าศิลปะวัฒนธรรม นั้นคือ มหาวิทยาลัยมีพันธกิจในการพัฒนานิสิตให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งด้านร่างกาน อารมณ์ สติปัญญา และบุคลิกภาพที่พึงประสงค์ของสังคม การเรียนการสอนในห้องเรียนคงไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องใช้รูปแบบการจัดการศึกษา




