หลังตำรวจงานป้องกันปราบปราม สภ.หาดใหญ่ นำกำลังออกจรวจพื้นที่บริเวณ 4 เยกควนลัง ถ.เพชรเกษม และพบว่า มีลักษณะตรงกับคนร้ายที่เคยก่อเหตุชิงทรัพย์ในพื้นที่หลายคดี จึงเรียกให้หยุดรถ แต่ นายทวี กลับแสดงท่าทางมีพิรุธ และรีบเร่งเครื่องรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ สเมช สีแดงดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน พยามขับหลบหนี แต่ถูกเจ้าหน้าที่ขับรถไล่ติดตามหลังติดๆเป็นระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร และจนมุมในที่สุด
ซึ่งจากการตรวจค้นพบอาวุธปืน 9 มม. จำนวน 1 กระบอก และ กระสุน 5 นัด บรรจุอยู่ในแม็กกาซีน สภาพพร้อมใช้งาน โดยเหน็บอยู่ที่สะเอว ส่วนแผ่นป้ายทะเบียนรถหมายเลข ขมค-598 ตรัง ถูกถอดออก และใส่เอาไว้ในช่องเก็บของใต้เบาะรถ พร้อมกับเสื้อยืดคอกลม สีฟ้า อีก 1 ตัว จึงควบคุมตัวมาสอบสวน
โดย นายทวี ให้การว่า อาวุธปืนดังกล่าวเป็นปืนเถื่อนไม่มีทะเบียน ซึ่งเป็นของพ่อของตน และขอมาใช้ พร้อมกับปฏิเสธว่า ไม่เคยใช้อาวุธปืนในการนำไปก่อเหตุชิงทรัพย์แต่อย่างใด
ทั้งนี้ภายหลังการจับกุม ทางผู้เสียหายได้เข้ามาดูตัว และชี้ตัวยืนยันว่า เป็นคนๆเดียวกันกับที่เคยก่อเหตุใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ ซึ่งมีมากถึง 5 คดี
โดยหนึ่งในผู้เสียหาย คือ นางอรชนา บิลอะหลี อายุ 46 ปี ชาว ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ บอกว่า เคยถูก นายทวี ใช้อาวุธปืนสั้นจี้ชิงทรัพย์ในขณะที่กำลังเปิดประตูเข้าไปภายในบ้านพัก ซึ่งตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านแก้วฟ้า ม.2 ต.คลองแห เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา พร้อมกับบังคับให้นั่งลงกับพื้น และให้ถอดสร้อยคอทองคำ 1 เส้น หนัก 2 สลึง รวมทั้งแหวนทอง 2 วงๆละ 1 สลึง และ จี้ทองคำรูปหัวใจอีกครึ่งสลึง ส่งไปให้ พร้อมกับขู่ว่าถ้าไม่ให้จะยิงให้ไส้แตก และห้ามนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปแจ้งตำรวจ ซึ่งตนจำใบหน้าของคนร้ายได้ชัดเจน แต่อาวุธปืนที่ใช้ในวันก่อเหตุเป็นปืนอีกกระบอก
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และสอบสวนขยายผล รวมทั้งให้ผู้เสียหายมาชี้ตัวยืนยัน เพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในฐานความผิดเกี่ยวกับการชิงทรัพย์ ซึ่งผู้เสียหายสามารถขอดูตัวผู้ต้องหาได้ที่ สภ.หาดใหญ่
