ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้ใช้เวลาปาฐกถาพิเศษราวชั่วโมงครึ่งเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อน Thailand 4.0 ในภาพรวมของรัฐบาลซึ่งขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการอยู่ซึ่งเริ่มจากภาคตะวันออกก่อนเนื่องจากมีความพร้อมทุกด้านและจะขยายต่อไปยังภาคอื่นๆ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว การที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยรวมทั้งภาคใต้ไปสู่ยุค 4.0 จะต้องพัฒนาขีดความสามารถในทุกๆด้านตั้งแต่ระดับชุมชน จังหวัด ระดับภาคและระดับประเทศ ครอบคลุมทุกมิติทั้งเรื่องการเกษตรที่เป็นฐานรากของไทย เทคโนโลยี การศึกษา งานวิจัย และภาคแรงงานซึ่งจะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือจะต้องสร้างความปรองดองของคนในชาติซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้น
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้อาจถูกมองว่ามีผลงานน้อยแต่เพราะต้องแก้ปัญหาในเรื่องเหล่านี้อยู่หากทุกอย่างเรียบร้อยไม่มีปัญหาขัดแย้งทางการเมืองก็จะสามารถเดินหน้าไปได้อย่างยั่งยืนไม่ว่ารัฐบาลไหนจะเข้ามาก็สามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยเฉพาะในด้านการศึกษานั้นสำคัญมากซึ่งรัชกาลที่10 ทรงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากและสิ่งต่างๆเหล่านี้ก็ล้วนอยู่ภายใต้ศาสตร์พระราชามาโดยตลอด ซึ่งจะต้องเน้นให้นักเรียนสนใจเรียนในสาขาวิชาที่ยากเพื่อต่อยอดรองรับ 4.0 เช่น วิศวะ หรือที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีในอนาคต
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนการขับเคลื่อน Thailand 4.0 ภาคใต้นั้นมีแผนงานจากโครงการพัฒนาสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ หรือ IMT-GT ไทย มาเลเซีย เเละ อินโดนีเซีย รองรับอยู่แล้ว แต่ภาคใต้มีความแตกต่างจากที่อื่น เพราะ ยังมีปัญหาด้านความมั่นคง ซึ่งจะต้องเร่งแก้ไข และจะต้องแก้ปัญหาภายในของเราไม่จะให้องค์กรต่างชาติเข้ามาแก้ไม่ได้
ทั้งนี้หลังการปาฐกถาพิเศษนายกรัฐมนตรีได้ลงมาพบปะกับนักเรียนและให้นักเรียนร่วมกันถ่ายเซลฟีและพูดทักทายอย่างเป็นกันเองเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในด้านการศึกษา สร้างรอยยิ้มให้กับนักเรียน และมีบางคนที่รูปร่างอ้วนนายกรัฐมนตรีก็พูดในเชิงหยอกล้อให้ไปลดความอ้วนเพราะเดี๋ยวจะไม่หล่อ





