หลังจากทราบข่าวทางกฟผ.จะนะ ก็ประสานกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าชุดที่1 ด้วยพลังงานดีเซลทดแทนทันที รวมถึงปรับแผนการจ่ายไฟจากภาคกลางมาเสริมในพื้นที่ภาคใต้ เพิ่มกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าอื่นๆ ในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงประสานการซื้อไฟสำรองจากประเทศมาเลเซีย เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งปัจจุบันยังใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นพลังงานหลักและความต้องการใช้พลังานไฟฟ้าในภาคใต้ก็มีอัตราเติบโตสูงกว่าภาคอื่นๆ เพราะมีการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว อุตสาหกรรม และการเพิ่มขึ้ันของประชากร
ปัจจุบันความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้อยู่ 2,350 เมกกะวัตต์ ขณะที่กำลังการผลิตอยู่ที่ 1,600 เมกกะวัตต์เท่านั้น ที่เหลือต้องดึงมาจากภาคกลางและจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งหากมีพลังงานทางเลือกที่ถูกกว่า มีความมั่นคงมากกว่า ก็ควรมีเข้ามาเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานในพื้นที่ เพราะปัจจุบันก๊าซะรรมชาติที่เป็นพลังงานหลักก็ต้องมีการหยุดซ่อมเป็นประจำทุกปี และอาจมีกรณีเสียฉุกเฉินเกิดขึ้นอีกด้วยจึงมีความจำเป็นต้องมีการเพิ่มพลังงานทางเลือกเพื่อสร้างความมั่นคงแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้

ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าจะนะ ยังได้เชิญชวนชาวภาคใต้ร่วมกันประหยัดไฟฟ้า โดยเฉพาะในช่วงความต้องกาใช้พลังงานสูงเวลา 14.00 น.และเวลา 19.00 น.ขอให้ทุกคนช่วยกันลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นลงให้มากที่สุด ซึ่งกฟผ.มั่นใจว่าสามารถบริหารจัดการไฟฟ้าให้เพียงพอและไม่เกิดผลกระทบต่อผุ้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้จากการหยุดซ่อมของแหล่ง JDA–A18 ในครั้งนี้





