คอลัมน์แนะนำ

สดร. ชวนตื่นเช้าชมใจกลางทางช้างเผือกทางทิศตะวันออกตลอดกุมภาพันธ์59

เมื่อ: 09:03 น. 10 ก.พ. 59   3907 ครั้ง

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยรุ่งเช้าตลอดทั้งเดือนกุมภาพันธ์จะเห็นใจกลางทางช้างเผือกเด่นชัด ทางทิศตะวันออก ระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องกับกลุ่มดาวคนยิงธนู หากฟ้าใส ไร้เมฆ ในที่ๆ ไม่มีแสงเมืองรบกวน เห็นชัดในทุกภูมิภาคของประเทศ ทางช้างเผือก เวลาประมาณ 05.30 น. ทางทิศตะวันออกในเดือนกุมภาพันธ์ ตำแหน่งใจกลางทางช้างเผือกจะอยู่ไม่สูงจากขอบฟ้ามากพร้อมกับแสงสนธยาในช่วงรุ่งเช้าเนื่องจากเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์เริ่มจะโผล่พ้นขอบฟ้า (ภาพ : ศุภฤกษ์ คฤหานนท์)

milkyway_1.jpg

นายศุภฤกษ์  คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. เปิดเผยว่า  ในช่วงรุ่งเช้าตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป จะสังเกตเห็นแนวใจกลางทางช้างเผือกบริเวณขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องกับกลุ่มดาวคนยิงธนู ตั้งแต่เวลาประมาณ 05.30 น. จนถึงก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น มีดาวศุกร์สว่างปรากฏบริเวณด้านซ้ายของใจกลางทางช้างเผือกอีกด้วย หลังจากวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เรายังจะสามารถสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากแนวทางช้างเผือกจะโผล่พ้นขอบฟ้าเร็วขึ้น ปรากฏอยู่สูงจากขอบฟ้าขึ้นไปเรื่อยๆ แนวทางช้างเผือกจะค่อยๆ เปลี่ยนทิศทางปรากฏเป็นแนวพาดบริเวณกลางฟ้า จนในช่วงปลายเมษายนจะสามารถเห็นแนวทางช้างเผือกได้ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืน ทำให้มีเวลาชื่นชมความสวยงามและบันทึกภาพทางช้างเผือกได้ยาวนานขึ้น

milkywa.jpg

ใจกลางทางช้างเผือก(Galactic Center) คือส่วนที่สว่างที่สุดของทางช้างเผือก ประกอบด้วยวัตถุท้องฟ้ามากมายเช่น ดาวฤกษ์ กระจุกดาว รวมทั้งเนบิวลาอีกด้วย ทางช้างเผือกเป็นวัตถุท้องฟ้าที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มีความสวยงาม เราจะเห็นทางช้างเผือกพาดเป็นแนวยาวกลางฟ้า ตั้งแต่ทิศเหนือจรดทิศใต้ นับเป็นวัตถุท้องฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดเมื่อเรามองจากโลก ใจกลางทางช้างเผือกจะอยู่ระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องและกลุ่มดาวคนยิงธนู ปรากฏบนท้องฟ้าในตำแหน่งที่เฉียงไปทางใต้ ไม่สูงมากนัก และเนื่องจากใจกลางทางช้างเผือกอยู่ในบริเวณกลุ่มดาวทางซีกฟ้าใต้ ทำให้ทางตอนใต้ของไทย มีโอกาสสังเกตใจกลางทางช้างเผือกได้ดีกว่าภูมิภาคอื่นๆ จะมองเห็นแนวใจกลางทางช้างเผือกอยู่สูงจากขอบฟ้ามากกว่าภูมิภาคอื่นของประเทศ และสูงจากมวลอากาศบริเวณขอบฟ้า ทำให้ผู้คนในแถบภาคใต้สามารถสังเกตทางช้างเผือกได้อย่างชัดเจน

MilkyWay3season.jpg

ช่วงเวลาที่สังเกตทางช้างเผือกได้ดีที่สุดคือ ปลายเมษายน-ต้นตุลาคม เพราะสามารถเห็นใจกลางทางช้างเผือกบริเวณกลุ่มดาวแมงป่องและคนยิงธนูได้ง่าย ทางช้างเผือกบริเวณนี้จะสว่างและสวยงามกว่าบริเวณอื่นๆ และอยู่ในตำแหน่งกลางท้องฟ้าเกือบตลอดทั้งคืน แต่ก็มักมีอุปสรรคในเรื่องเมฆฝน เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝน แต่หากท้องฟ้าเปิดไม่มีเมฆฝนในช่วงเดือนดังกล่าวจะถือเป็นโอกาสที่ดีที่สุดของการถ่ายภาพทางช้างเผือก หลังจากนั้นในช่วงตุลาคม-พฤศจิกายน จะสังเกตเห็นทางช้างเผือกในช่วงหัวค่ำทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นช่วงต้นฤดูหนาว อุปสรรคเรื่องเมฆฝนจะเริ่มน้อยลง  จะเห็นได้ว่าจริงๆ แล้วเราสามารถสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้ตลอดทั้งปี ปัจจัยหลักสำคัญได้แก่สภาพท้องฟ้า หากท้องฟ้าปลอดโปร่ง มีทัศนวิสัยของท้องฟ้าดี ไม่มีแสงรบกวนทั้งแสงจากดวงจันทร์ แสงไฟจากเมือง ก็จะสามารถสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้คนในเมืองส่วนใหญ่มักไม่มีโอกาสได้ชมทางช้างเผือก เนื่องจากในตัวเมืองมีแสงไฟและฝุ่นละออง ควัน เป็นจำนวนมาก ทำให้ทัศนวิสัยของฟ้าที่ในเขตเมืองไม่เอื้อต่อการสังเกตเห็นทางช้างเผือก หากต้องการสัมผัสทางช้างเผือกก็จำเป็นต้องไปยังสถานที่ที่ห่างจากตัวเมืองอย่างน้อยประมาณ 30 กิโลเมตร เพื่อหลีกหนีจากมลภาวะทางแสงและฝุ่นละอองต่างๆ

นายศุภฤกษ์ ได้ให้ข้อแนะนำเบื้องต้นในการถ่ายภาพทางช้างเผือกว่า ควรหาสถานที่ทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางใต้เล็กน้อย ที่มีความมืดสนิทไม่มีแสงรบกวน หันหน้ากล้องไปที่ใจกลางทางช้างเผือก บริเวณกลุ่มดาวแมงป่องและคนยิงธนู เลือกใช้เลนส์มุมกว้างเพื่อให้ได้องศาการรับภาพที่กว้างมากขึ้น ปรับระยะโฟกัสของเลนส์ที่ระยะอนันต์ ใช้รูรับแสง ที่กว้างที่สุด พร้อมตั้งค่าความไวแสงตั้งแต่ 1600 ขึ้นไป และยังมีรายละเอียดเทคนิคการถ่ายภาพทางช้างเผือกอีกมากที่จะทำให้บันทึกภาพได้สวยงาม น่าประทับใจ สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ www.narit.or.th

 
เมื่อ: 09:03 น. 10 ก.พ. 59   3907 ครั้ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้ :

​ชวนจับตา "ดาวศุกร์สว่างที่สุดในรอบปี" 28 เม.ย. และ 8 ก.ค. 63
​หอดูดาวสงขลาคึกคัก นักเรียนและผู้สนใจร่วมชม "สุริยุปราคาเหนือฟ้าเมืองไทย" ส่งท้ายปี 62
31 ม.ค.ชวนชมจันทรุปราคาเต็มดวงครั้งพิเศษ “ซูเปอร์บลูบลัดมูน”ที่หาดสมิหลา
เชิญชมฝนดาวตกวันแม่ ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ริมหาดสมิหลา 12 สิงหานี้
ข่าวล่าสุด
​สส.สงขลาลงพื้นที่ติดตาม แก้ไขปัญหาโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งหาดม่วงงาม
เมื่อ: 15:43ข่าวสารบ้านเรา
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานห้องคัดกรองและห้องตรวจเชื้อแก่โรงพยาบาลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา
เมื่อ: 15:39G-SPECIAL
ชวนคิดนโยบายนอกกรอบ … Work from Anywhere (บทความการเงิน)
เมื่อ: 14:57คอลัมน์แนะนำ
​ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนพฤษภาคม 2563
เมื่อ: 14:15เศรษฐกิจบ้านเรา

  1. สงขลาโมเดล คณะแพทย์ ม.อ. ร่วมกับสมาคมโรงแรม หนุนเปิดบริการในแบบ New Normal
    221 ครั้ง
  2. ชวนคิดนโยบายนอกกรอบ … Work from Anywhere (บทความการเงิน)
    121 ครั้ง
  3. "นิพนธ์" ลงพื้นที่ดูการแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง-เน่าเสีย ชุมชนเก้าเส้ง สั่งเร่งแก้ไขก่อนถึงหน้ามรสุม
    83 ครั้ง
  4. ​ข่าวดี รัฐปรับจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างให้กับชาวสวนปาล์มเร็วขึ้นจากเดิมทุก 45 วันเป็นทุก 30 วัน
    63 ครั้ง
  5. ​มรภ.สงขลา เสริมรายได้เกษตรกรเกาะแต้ว ปลูกพืชหลังนาอินทรีย์
    58 ครั้ง
  6. ​สส.สงขลาลงพื้นที่ติดตาม แก้ไขปัญหาโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งหาดม่วงงาม
    56 ครั้ง
  7. กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานห้องคัดกรองและห้องตรวจเชื้อแก่โรงพยาบาลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา
    48 ครั้ง
  8. ​ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนพฤษภาคม 2563
    46 ครั้ง
  1. ​สส.สงขลาลงพื้นที่ติดตาม แก้ไขปัญหาโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งหาดม่วงงาม
    0 ครั้ง
  2. กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานห้องคัดกรองและห้องตรวจเชื้อแก่โรงพยาบาลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา
    0 ครั้ง
  3. ชวนคิดนโยบายนอกกรอบ … Work from Anywhere (บทความการเงิน)
    0 ครั้ง
  4. ​ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนพฤษภาคม 2563
    0 ครั้ง
  5. ​มรภ.สงขลา เสริมรายได้เกษตรกรเกาะแต้ว ปลูกพืชหลังนาอินทรีย์
    0 ครั้ง
  6. "นิพนธ์" ลงพื้นที่ดูการแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง-เน่าเสีย ชุมชนเก้าเส้ง สั่งเร่งแก้ไขก่อนถึงหน้ามรสุม
    0 ครั้ง
  7. ​ข่าวดี รัฐปรับจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างให้กับชาวสวนปาล์มเร็วขึ้นจากเดิมทุก 45 วันเป็นทุก 30 วัน
    0 ครั้ง
  8. สงขลาโมเดล คณะแพทย์ ม.อ. ร่วมกับสมาคมโรงแรม หนุนเปิดบริการในแบบ New Normal
    0 ครั้ง