นายสุพิท จิตรภักดี เกษตรจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา ห้วงเดือนธันวาคม 2559 ถึงมกราคม 2560 ที่ผ่านมา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 14 อำเภอ จาก 16 อำเภอ โดยเฉพาะพื้นที่บนคาบสมุทรสทิงพระ ประกอบด้วย อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร อำเภอกระแสสินธุ์ และอำเภอระโนด ซึ่งนอกจากบ้านเรือนได้รับความเสียหายแล้ว มีพื้นที่ด้านการเกษตรและด้านปศุสัตว์ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน โดยเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีพระเมตตาเสด็จเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย พร้อมพระราชทานถุงยังชีพในพื้นที่อำเภอสทิงพระ ณ โรงเรียนสทิงพระ อีกทั้งพระราชทานเงินจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและฟื้นฟูความเป็นอยู่ของราษฎรให้เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ยังความปลาบปลื้มมายังราษฎรผู้ประสบภัยเป็นล้นพ้น
สำหรับพื้นที่อำเภอสทิงพระ ประสบอุทกภัย จำนวน 11 ตำบล 79 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อนกว่า 37,000 คน และมีพื้นที่การเกษตรเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นนาข้าว เป็นการปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือน และผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้ให้เพียงพอสำหรับขยายพันธุ์ ทั้งนี้ เมื่อเกิดอุทกภัยทำให้เกษตรกรขาดแคลนเงินทุนในการซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าว ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาคุณภาพการทำนาข้าวในพื้นที่ โดยสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวจากแปลงต้นแบบให้มีคุณภาพดี สามารถใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวสำหรับการทำนาในฤดูกาลต่อไป และเป็นตัวอย่างให้แก่เกษตรกรอื่นๆ ได้ใช้เป็นแบบอย่างในการพัฒนาขยายผลในพื้นที่ปลูกของตนเอง ตลอดจนแสดงถึงการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จังหวัดสงขลา และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จึงได้จัดทำโครงการแปลงขยายเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ขึ้น โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลาได้นำเงินพระราชทาน 1 ล้านบาท ดำเนินการจัดซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมปทุมธานีจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง จำนวน 58,823 กิโลกรัม และจัดมอบพันธุ์ข้าวพระราชทานในครั้งนี้ โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นตัวแทนเกษตรกรในการเป็นผู้รับมอบและจะดำเนินการแจกจ่ายให้แก่เกษตรกร จำนวน 3,615 ครัวเรือนๆ ละ 15 กิโลกรัมในพื้นที่ต่อไป




ข่าวโดย ผู้สื่อข่าว : สุธิดา พฤกษ์อุดม สวท.สงขลา