“การมาอยู่ร่วมกันของกลุ่มคนแปลกหน้าเป็นสิ่งที่ยากลำบาก แต่ค่ายนี้สามารถทำให้คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน หันมาทำความรู้จัก เรียนรู้ แลกเปลี่ยน ทั้งนิสัย ความคิด ประสบการณ์ และความเอื้ออาทรต่อกัน ทุกคนเป็นเพื่อนกันไม่มีแบ่งแยก แม้การทำฝายจะไม่ใช่งานที่ง่าย แต่ทุกคนก็ช่วยกันอย่างเต็มกำลัง ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก คุณลุงคุณป้า ทุกคนล้วนทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม ค่ายนี้ยังสอนให้เราทำงานพร้อมกัน พักพร้อมกัน กินข้าวพร้อมกัน เข้านอนพร้อมกัน เรียกได้ว่าเรามีหัวใจที่มุ่งมั่นดวงเดียวกันนั่นเอง” น.ส.วศินี กล่าว
ขณะที่ นายจักรกฤษ เลิศลับ นักศึกษาปี 3 โปรแกรมวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ กล่าวว่า ความคิดแรกที่สมัครใจลงชื่อเข้าร่วมโครงการ เพราะอยากทำสิ่งดีๆ ให้แก่สังคม ในการ ช่วยรักษาธรรมชาติและช่วยเหลือให้กำลังใจผู้ที่เดือดร้อน โดยน้อมนำแนวพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทานไว้เกี่ยวกับการสร้างฝายในพื้นที่แห้งแล้งของประเทศไทย ให้มีความอุดมสมบูรณ์ มีน้ำกินน้ำใช้ตลอดปี ขอขอบคุณ มวล. ที่จัดโครงการดีๆ ขึ้นมา ทำให้ตนได้เห็นคุณค่าการทำเพื่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และขอชื่นชมชาวชุมชนบ้านนาหมอบุญ ที่มีความรักสามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ร่วมสร้างฝายถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่านด้วยความมุ่งมั่นอย่างที่สุด จนทำให้งานสำเร็จลุล่วงด้วยดี
ปิดท้ายด้วย น.ส.พัตราภรณ์ เรืองดำ นักศึกษาปี 2 โปรแกรมวิชาการผลิตสัตว์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่สุดที่กองพัฒนานักศึกษาคัดเลือกให้เดินทางไปเข้าร่วมโครงการสร้างฝายฯ ทำให้นึกถึงในหลวง ร.9 ตอนที่พระองค์ท่านยังไม่สิ้นพระชนม์ และมีพระพลานามัยแข็งแรงอยู่นั้น ทรงมีพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำฝายชะลอน้ำไว้มากมาย เพื่อช่วยชาวบ้านให้มีน้ำใช้ในฤดูแล้ง ซึ่งตั้งแต่จำความได้พระองค์ทรงทำเพื่อประชาชนในประเทศอย่างมากมายมหาศาล เคยคิดไว้ว่าหากมีโอกาสทำสิ่งทดแทนพระองค์ท่านได้บ้าง ถึงจะเล็กน้อยก็ไม่เกี่ยง ดังนั้น เมื่อได้รับโอกาสจากกองพัฒนานักศึกษา จึงรีบคว้าไว้ทันที ซึ่งการไปค่ายครั้งนี้ทำให้ตนได้พบเพื่อนใหม่ต่างมหาวิทยาลัย ได้ทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนความคิดกัน ระหว่างทำฝายมีชาวบ้านมาร่วมด้วย แถมยังซื้อน้ำ ขนม มาให้ สร้างความประทับใจอย่างยิ่ง
สิ่งสำคัญที่ได้จากการสร้างฝาย คือประสบการณ์ชีวิตที่หาไม่ได้จากห้องเรียน แม้จะมาจากต่างที่ ต่างสถาบัน แต่ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการได้เป็นจิตอาสาที่สามารถทำประโยชน์ให้แก่สังคม







ข่าวโดย/ สุภาพร ขุนทอง (เจ้าหน้าที่กองพัฒนานักศึกษา) มรภ.สงขลา