CPF พร้อมเครือข่ายเดินหน้าปลูกป่าชายเลนที่สงขลา
CPF พร้อมเครือข่ายเดินหน้าปลูกป่าชายเลนที่ชะแล้ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ตั้งเป้าปลูกป่าใหม่ 105 ไร่ ประเดิมเริ่มต้นที่ 25 ไร่ พร้อมปล่อยพันธุ์ปลา ภายใต้โครงการ “ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน”

วันนี้ (20 ตุลาคม 2560) ที่ตำบลชะแล้ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF จัดโครงการ “ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน” มีนายดลเดช พัฒนรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายจรัส อัศวชาญชัยสกุล รองกรรมการผู้จัดการ ซีพีเอฟ , นายวิชัย มณีเนตร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และแขกผู้มีเกียรติ รวมทั้งเครือข่ายปลูกป่ากว่า 300 ชีวิต ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมกับภาคีเครือข่าย อาทิ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) ภาคประชาสังคมและชุมชน เดินหน้าเพิ่มพื้นที่ปลูกป่าใหม่ อนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนพื้นที่ยุทธศาสตร์ใน 5 จังหวัด ภายใต้โครงการ “ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน” ตามโรดแมป 3 เสาหลัก ของบริษัท คือ อาหารมั่นคง สังคมพึ่งตน ดิน น้ำ ป่า คงอยู่ ได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (ตั้งแต่ปี 2557-2561) ซี่ง ในปีนี้ ถือว่าได้ดำเนินการในพื้นที่เป้าหมายครบ 5 จังหวัด คือ จังหวัดชุมพร ระยอง สมุทรสาคร พังงา และสงขลา

นายดลเดช พัฒนรัฐ
นายจรัส อัศวชาญชัยสกุล รองกรรมการผู้จัดการ ซีพีเอฟ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ป่าชายเลน จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวโครงการปลูกป่าชายเลนในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยมีซีพีเอฟจิตอาสา ผู้แทนของหน่วยราชการและชุมชน ร่วมกันปลูกป่าใหม่ 25 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 4 ต.ชะแล้ อ.สิงหนคร จ. สงขลา โดยมีเป้าหมายปลูกป่าใหม่ทั้งหมด 105 ไร่ และปล่อยพันธุ์ปลา 2,000 ตัว เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทรัพยากรป่าชายเลนให้มีความอุดมสมบูรณ์ เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นแหล่งอาหารของชุมชน

นายจรัส อัศวชาญชัยสกุล
ซึ่งพื้นที่ตำบลชะแล้ อ.สิงหนคร เป็นพื้นที่ที่ชุมชนมีความพร้อมและความเข้มแข็ง รวมทั้งผู้นำชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี อาทิ สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 38 (สงขลา) เทศบาลตำบลชะแล้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยสงขลา สถานศึกษาในพื้นที่ ที่มุ่งมั่นร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน ตลอดจนเป็นการส่งเสริมอาชีพและรายได้แก่ชุมชน อาทิ อาชีพ ผลิตน้ำผึ้ง
ด้านนายวิชัย มณีเนตร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ป่าชายเลนมีความสำคัญมากต่อชุมชนในพื้นที่ เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งอนุบาลตัวอ่อนของสัตว์น้ำแล้ว ยังเป็นแหล่งสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ชุมชนอีกด้วย ดังนั้นการที่ภาคเอกชนอย่างซีพีเอฟให้ความสำคัญในเรื่องของการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความร่วมมือของชุมชนในพื้นที่ ก็จะยิ่งทำได้เร็วและยั่งยืน

สำหรับผลการดำเนินโครงการ “ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน” ภาพรวม 5 จังหวัดในช่วงที่ผ่านมา จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการกัดเซาะชายฝั่งมากที่สุด สามารถอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนในพื้นที่ปลูกใหม่และพื้นที่อนุรักษ์กว่า 600 ไร่ มีอัตราการรอดตายของต้นไม้ 60% ,จังหวัดระยอง หน่วยงานภาครัฐต้องการให้เกิดการมีส่วนร่วมดูแลสู่การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนกว่า 600 ไร่ มีอัตราการรอดตายของต้นไม้ 90% ,จังหวัดชุมพร จากพื้นที่ที่หน่วยงานภาครัฐจัดสรรให้ดำเนินการ เกิดการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนกว่า 1,000 ไร่ อัตราการรอดตายของต้นไม้ 80% และจังหวัดพังงา พื้นที่ดำเนินการในแถบชายฝั่งอันดามันแห่งแรก โดยอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนกว่า 90 ไร่ อัตราการรอดตายของต้นไม้ 80% ทั้งนี้ ภายใต้โครงการ “ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน” กำหนดเป้าหมายปลูกป่าชายเลนในพื้นที่ยุทธศาสตร์ทั้ง 5 จังหวัด จำนวนรวมกว่า 2,245 ไร่ ภายในปี 2561
















