สำหรับกรณีข้างต้น นายสุทิน จันทชาติ กับพวก ได้ยื่นคัดค้านการก่อสร้างมาก่อนหน้านี้ต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลาแล้วช่วงกลางปี 2559 และ ศดธ.สข.ได้ลงพื้นที่ร่วมกับ อำเภอควนเนียง สนง.อุตสาหกรรมจังหวัด และ สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฯ เพื่อตรวจสอบพื้นที่ถึงข้อกังวลที่สำคัญ คือ น้ำเสียจากโรงงานจะไหลลงลำรางสาธารณะ ซึ่งเป็นต้นน้ำคลองบางกล่ำ กลิ่นจากเศษชิ้นส่วนอวัยวะตกค้าง ผลกระทบแหล่งน้ำใต้ดิน และระบนิเวศน์ต่างๆ
ในการนี้ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา ได้ชี้แจงถึงขั้นตอนการดำเนินการในกรณีดังกล่าว ว่าข้อมูลการคัดค้านที่เกิดขึ้นถือว่ามีความสำคัญในการป้องกันแก้ไขปัญหาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะต้องส่งให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา ตรวจสอบข้อเท็จจริง และพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
โดยเฉพาะสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาอนุญาตประกอบกิจการโรงงานไว้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา จนกลุ่มประชาชนเข้าใจ และแยกย้ายเดินทางกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ ในระหว่างนี้ หากมีการเคลื่อนไหวในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องจนสร้างความวิตกกังวลใจ ให้ผู้ประสานงานแจ้งมายัง ศดธ.สข.ได้ตลอดเวลา


ที่มา ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา
สำหรับโครงการสร้างโรงฆ่าสัตว์ในพื้นที่ ม.13 ต.บางเหรียง อ.ควนเนียง และเป็นพื้นที่รอยต่อ ต.บางกล่ำ อ.บางกล่ำนั้น ชาวบ้านในพื้นที่เคลื่อนไหวคัดค้านโครงการนี้มาโดยตลอด เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างเป็นพื้นที่ต้นน้ำคลองบางกล่ำ ซึ่งเป็นคลองสายสำคัญของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และเป็นคลองสายสำคัญที่ได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์อีกด้วย หากมีโครงการดังกล่าวชาวบ้านเชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อชุมชนและสายน้ำคลองบางกล่ำแน่นอน
โดยเมื่อปี 2559 ชาวบ้านได้ร่วมกันคัดค้านโครงการดังกล่าวและได้มีการชี้แจงว่าจะยุติหรือชะลอโครงการดังกล่าวออกไปแล้ว แต่ในวันนี้กลับมีการปิดประกาศเดินหน้าสร้างโรงงานในพื้นที่แห่งนี้อีกชาวบ้านจึงต้องรวมตัวกันคัดค้านให้ถึงที่สุดอีกครั้ง สำหรับโครงการสร้างโรงฆ่าหมูดังกล่าวเป็นการร่วมทุนของชาวมาเลเซีย และกลุ่มะุรกิจรายใหญ่ระดับโลกของไทย ได้ขอนุญาตสร้างโรงฆ่าหมูบนเนี้อที่ 12ไร่ ชำแหละหมู 125,200 ตัวต่อปี หรือ 1,920 ตัน