โดยทีแรกลูกงูสิงห์เจ้ากรรมตัวนี้ ซึ่งไม่รู้ว่ามาจากไหน ได้เลื้อยขึ้นไปนอนขดตัวอยู่ที่ตะกร้าหน้ารถ เเละเมื่อคุณป้ารัตนา เดินมาที่รถ และจะนำของไปวางไว้ที่ตะกร้าหน้ารถ ก็แทบช๊อค เพราะ มีลูกงูสิงห์นอนขดตัวอยู่ เเละมันก็ตกใจเลื้อยหนีเข้าไปตามซอกรถจักรยานยนต์
จึงเป็นที่มาของความวุ่นวาย เพราะป้ารัตนา แกก็ไม่กล้าขับรถ และแม้จะใช้น้ำฉีด เเละใช้ยาฆ่าแมลงฉีด มันก็ไม่ยอมเลื้อยออกมา สุดท้ายก็ต้องขอความช่วยเหลือจากช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ และ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีท่งเซียเซี่ยงตึ๊งหาดใหญ่ เข้ามาช่วยค้นหาตัวมัน
เเละช่างก็เริ่มถอดชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ออกทีละชิ้นตรงจุดที่คาดว่า งูจะซ่อนตัวอยู่ เริ่มจากคอนโซน และบังโคลนหน้ารถ แต่ก็ไม่พบ ไล่มาจนถึงช่องเก็บของใต้เบาะ ก็ไม่พบอีก ทีนี้ก็มาถึงเฟรมตัวรถก็จ๊ะเอ๋กับลูกงูสิงห์ที่พุ่งพรวดออกมาทันที สร้างความตกใจให้กับไทยมุงที่กระโดดโหยงเหยงกันไปคนละทาง และหน่วยกู้ภัยก็สามารถจับตัวมันไว้ได้ โดยขนาดตัวเท่าหัวแม่มือยาวประมาณ 1 ฟุต
และแม้จะสามารถจับลูกงูสิงห์ตัวนี้ได้สำเร็จ แต่ทำให้รถจักรยานยนต์ของคุณป้ารัตนา ที่ยังดูใหม่ๆ กลับกลายเป็นซากรถ จนเหลือเเต่โครงรถ เพราะ ส่วนประกอบอื่นๆ ถูกถอดออกหมดแล้ว เหลือยู่เฉพาะบังโคลนหน้ากับไมค์เท่านั้น ที่ยังไม่ถอดออก
ทั้งนี้ในช่วงที่ใส่กลับต้องใช้เวลาเกือบ 3 เท่า เพราะช่างต้องค่อยบรรจงใส่ชิ้นส่วนแต่ละชิ้น และน๊อตแต่ละตัวกลับเข้าที่เดิมจนครบ แต่ป้ารัตนา ก็บอกว่า ไม่เป็นไร ถึงจะช้า แต่ก็ได้รถกลับมาขี่เหมือนเดิม เพราะ ถ้าหางูไม่เจอ แกก็ต้องเดินกลับบ้าน เพราะ ไม่กล้าขี่



