ที่มา สำนักข่าวอิศรา https://www.isranews.org/isranews/62276-nacc-62276.html
คดีมีมูล ป.ป.ช.ออกหมายเรียกไพร พัฒโน-พวก แจงกรณีหาทุนซื้อทองคำปิดองค์พระ
คดีมีมูล! ป.ป.ช. ออกบันทึกแจ้ง 'ไพร พัฒโน-พวก' ให้เข้าชี้แจงข้อกล่าวหาคดีจัดหาทุนซื้อทองคำปิดองค์พระพุทธมงคลมหาราช เป็นทางการ หลังไต่สวนข้อเท็จจริง พบว่าไม่มีอำนาจเสนอโครงการใช้จ่ายเงิน แถมรายได้ยังไม่ได้ถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์

โครงการจัดหาทุนซื้อทองคำปิดองค์พระประจำเมืองหาดใหญ่ ‘พระพุทธมงคลมหาราช’ ของ เทศบาลนครหาดใหญ่ เมื่อปี 2547 กำลังถูกจับตามอง เมื่อล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ส่งบันทึกแจ้งนายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่กับพวก ให้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเป็นทางการ หลังจากในขั้นตอนการไต่สวนข้อเท็จจริงพบว่า คดีมีมูล
สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบพบว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ทำบันทึกแจ้งข้อกล่าวหานายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาลนครหาดใหญ่หลายราย ให้มารับทราบข้อมูลกล่าวหาความผิด ฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิด ต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ในการดำเนินงานโครงการจัดหาทุนซื้อทองคำปิดองค์พระประจำเมืองหาดใหญ่ ‘พระพุทธมงคลมหาราช’ ของ เทศบาลนครหาดใหญ่ เมื่อปี 2547
ป.ป.ช.ระบุว่า ภายหลังจากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีคำสั่งไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีกล่าวหา นายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่กับพวก ว่ากระทำความผิด ฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิด ต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ในการดำเนินโครงการจัดหาทุนซื้อทองคำปิดองค์พระประจำเมืองหาดใหญ่ ‘พระพุทธมงคลมหาราช’ ของ เทศบาลนครหาดใหญ่ เมื่อปี 2547 และได้มีการแจ้งคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนให้รับทราบแล้วนั้น บัดนี้ คณะอนุกรรมการไต่สวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาในกรณีดังกล่าว แล้วพบว่าคดีมีมูล จึงได้แจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาได้รับทราบ เพื่อชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
สำหรับข้อกล่าวหาคดีนี้ ที่ป.ป.ช.ชี้ว่าคดีมีมูล มีสาระสำคัญ คือ นายไพรและพวก ได้จัดทำโครงการดังกล่าว โดยการสร้างวัตถุมงคลรุ่นมงคลมหาราช และขอจ่ายขาดเงินสะสมของเทศบาลนครหาดใหญ่จำนวน 20 ล้านบาท โดยทำหนังสือขออนุมัติเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2547 เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินโครงการนั้น กรณีนี้ไม่ใช่กิจการที่อยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของเทศบาลนครหาดใหญ่ นายไพรจึงไม่มีอำนาจที่จะเสนอโครงการดังกล่าวต่อสภาเทศบาลนครหาดใหญ่ และสภาเทศบาลนครหาดใหญ่ก็ไม่มีอำนาจที่จะอนุมัติเงินจำนวนนี้ได้ แต่ปรากฎว่าสภาเทศบาลนครหาดใหญ่กลับอนุมติให้จ่ายขาดเงินดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2547 ทั้งๆที่ไม่มีกฎหมาย หนังสือ ระเบียบ หรือข้อบังคับจากกระทรวงมหาดไทยรองรับมาก่อน
นอกจากนี้ทางอนุกรรมการสอบสวนยังสืบทราบมาว่ารายได้ที่ได้จากการเปิดให้เช่าวัตถุมงคลนั้นก็ไม่ได้ถูกนำไปให้บูรณะ ซ่อมแซม องค์พระประจำเมืองนครหาดใหญ่ตามที่วัตถุประสงค์ของโครงการที่ได้แจ้งไว้แต่อย่างใด ซึ่งการกระทำดังกล่าวนั้นถือว่ามีมูลเป็นความผิดอาญา ทำให้เกิดความเสียหายต่อเทศบาล