
อ.ทัศนียา กล่าวว่า การออกแบบนวัตกรรมการถ่ายทอดโนราตัวอ่อน ออกแบบขึ้นเพื่อต้องการแก้ปัญหาการขาดครูโนราในโรงเรียบบ้านกะทิง โดยเริ่มกระบวนการออกแบบจากการศึกษาวิธีการถ่ายทอดโนราตัวอ่อนจากครูโนรา 2 ท่าน คือ ผศ.ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ และ นางอรทัย ราชรังรองนุชิต นำมาวิเคราะห์และพัฒนาเป็นนวัตกรรมการถ่ายทอดโนราตัวอ่อน จากนั้นนำไปใช้ถ่ายทอดให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านกะทิง 8 คน สามารถทำให้นักเรียนรำโนราตัวอ่อนได้ภายในระยะเวลาเพียง 4 เดือน ซึ่งการถ่ายทอดโนราตัวอ่อนที่พัฒนาขึ้นใหม่โดยนำ Facebook เข้ามาใช้ด้วย ทำให้นักเรียนสามารถฝึกท่ารำได้ด้วยตนเองโดยที่ไม่ต้องมีครูอยู่ในโรงเรียน อีกทั้งเป็นการอนุรักษ์การรำโนราตัวอ่อน ประชาสัมพันธ์ให้เด็กๆ สนใจการแสดงพื้นบ้านโนรามากขึ้น

อ.ทัศนียา คัญทะชา
ประธานโปรแกรมวิชานาฏศิลป์และการแสดง กล่าวอีกว่า ผลจากการใช้นวัตกรรมถ่ายทอดโนราตัวอ่อน ทำให้โรงเรียนบ้านกะทิงกลับมามีชื่อเสียงทางด้านโนราอีกครั้ง และการกลับมาครั้งนี้ได้มีการก่อตั้งกลุ่มโนราโรงเรียนบ้านกะทิงขึ้น ซึ่งเป็นการดูแลร่วมกันระหว่างโรงเรียนกับชุมชน ทำให้กลายเป็นชุมชนที่มีความเข็มแข็งทางวัฒนธรรมที่ยั่งยืน โดยกลุ่มโนราโรงเรียนบ้านกะทิงได้เผยแพร่โนราตัวอ่อนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2557 เช่น รำงานพิธีเปิดกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลทับช้าง รำโนราพิธีเปิดงานรับปริญญาหนูน้อย รำโนราในงานรดน้ำดำหัวคนเฒ่าคนแก่ รำโนราในงานเกษียณอายุราชการ Mr.Marzuki ผู้อำนวยการโรงเรียน Kebangsaan รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย เป็นต้น
“ปัจจุบันกลุ่มโนราโรงเรียนบ้านกะทิง ได้รับสนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้อเครื่องดนตรี 1 ชุด และชุดโนรา 15 ชุดจากผู้ใหญ่บ้านจักรพร วิศพันธุ์ ผู้นำชุมชนบ้านเกาะงุน-กะทิง และ นายโสมนัส นวลแก้ว สมาชิกองค์บริหารส่วนตำบลทับช้างจัดซื้อเพิ่มอีก 15 ชุด ส่วนการบริหารจัดการของกลุ่มชาวบ้านมีการแบ่งฝ่ายรับผิดชอบออกเป็น 6 ฝ่าย ได้แก่ 1. ฝ่ายฝึกซ้อม 2. ฝ่ายแต่งหน้า 3. ฝ่ายยานพาหนะ 4. ฝ่ายนักแสดงโนรา 5. ฝ่ายนักดนตรี และ 6. ฝ่ายการเงิน นอกจากนั้น นักเรียนทุกคนที่รำโนราและนักดนตรีมีรายได้จากการแสดงโนราครั้งละ 100 บาท เป็นรายได้เสริมระหว่างเรียนอีกด้วย” ประธานโปรแกรมวิชานาฏศิลป์และการแสดง กล่าว









ข่าวโดย/ ลัดดา เอ้งเถี้ยว (นักประชาสัมพันธ์ มรภ.สงขลา)