นายศักระ กปิลกาญจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เคยมีพระราชดำรัสความว่า "...สิ่งแวดล้อมนี้สำคัญ ถ้าเราทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแหล่งที่เราพบพืชพันธุ์ธรรมชาติเหล่านี้ ถ้าทำลายป่า ทำลายน้ำหมดไป แล้วเราจะเอาอะไรกิน..." ซึ่งพระราชดำรัสองค์นี้ ปรากฏอยู่ในหนังสือที่ทรงบรรยายเรื่อง “ประสบการณ์การพัฒนาชนบทที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” แสดงให้ปรากฏชัดได้ว่าพระองค์ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรป่าไม้ ดังนั้น พระองค์จึงทรงสืบสานพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อาทิ โครงการสร้างป่าสร้างรายได้ , โครงการปลูกป่าในใจคน , โครงการปลูกป่า 3 อย่างเพื่อประโยชน์ 4 อย่าง
การจัดโครงการในครั้งนี้ ภาครัฐและเอกชนร่วมกันบูรณาการจัดทำขึ้น เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเจริญพระชนมายุ 60 พรรษาที่ผ่านมา นอกจากนี้โครงการดังกล่าว ยังเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคี ภายใต้พระบารมีของสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันหลักของคนไทย และสิ่งสำคัญ คือ การที่ผู้ใหญ่ทั้งหลาย ได้เล็งเห็นความสำคัญของเด็กและเยาวชน จึงได้มีการส่งเสริมบทบาทและสร้างความตระหนักเรื่องการมีส่วนร่วมในการดูแลและปกปักรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สู่การเป็นพลังคนกล้าคนเก่ง เป็นการบ่มเพาะให้เด็กในวันนี้ เติบโตเป็นคนดีคนเก่งของประเทศชาติต่อไปในอนาคต
สำหรับกิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อปลูกฝังให้เยาวชนเกิดความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาธิปไตย เป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และสัตว์ป่าตามแนวทางพระราชดำริ และให้เด็กตระหนักถึงวิธีการดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย


ข่าวโดย ผู้สื่อข่าว : สุธิดา พฤกษ์อุดม สวท.สงขลา