เดินหน้าอบรมอาสาควบคุมยาสูบใน 5 จชต. แนะแนวลดการสูบ เพิ่มพื้นที่ปลอดบุหรี่
สถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ ม.อ. เดินหน้าอบรมหลักสูตรระยะสั้นเพื่อการเสริมสร้างสมรรถนะสำหรับอาสาสมัครควบคุมยาสูบใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้อาสาสมัครที่มีทักษะและแนวทางการควบคุมยาสูบ เพื่อลดอัตราสูบ และปริมาณการสูบบุหรี่ ลดอัตราการสัมผัสควันบุหรี่มือสอง และเพิ่มสิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่ใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ที่

วันนี้ (27ก.พ.59) เวลา 09.30 น. ที่ โรงแรมคริสตัล อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายสัมฤทธิ์ บุญรัตน์ รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เป็นประธานเปิดโครงการอบรมหลักสูตรระยะสั้นเพื่อการเสริมสร้างสมรรถนะสำหรับ อาสาสมัครควบคุมยาสูบใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รุ่นที่ 1 โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอบรมจำนวน 42 คน ในพื้นที่จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา
ผศ.ดร.ทพญ.อังคณา เธียรมนตรี รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า โครงการอบรมหลักสูตรระยะสั้นเพื่อการเสริมสร้างสมรรถนะสำหรับอาสาสมัครควบ คุมยาสูบใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ (วพส.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เล็งเห็นความสำคัญของบทบาทประชาชนผู้มีจิตอาสาที่ มีศักยภาพสูงในการควบคุมการบริโภคยาสูบในชุมชน จึงได้จัดให้มีการอบรมหลักสูตรระยะสั้น จำนวน 3 วัน เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะสำหรับอาสาสมัครควบคุมยาสูบใน 5 จังหวัดกำหนดจัดอบรมอาสาสมัครรุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 27-29 กุมภาพันธ์ 2559
ทั้งนี้ เพื่อให้อาสาสมัครที่ผ่านการอบรมดังกล่าว ได้รับความรู้ ทักษะและแนวทางการดำเนินงานควบคุมยาสูบ เพื่อลดอัตราสูบ และปริมาณการสูบบุหรี่ ลดอัตราการสัมผัสควันบุหรี่มือสอง และเพิ่มสิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่ใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ที่มีประสิทธิภาพในระยะต่อไป
หลังจากในช่วง 24 ปี ที่ผ่านมา อัตราการสูบบุหรี่ของคนไทยลดลงจากร้อยละ 32 ในปี 2534 เหลือร้อยละ 20 ในปี 2558 อย่างไรก็ตาม จำนวนคนไทยที่สูบบุหรี่ลดลงเล็กน้อยจาก 12 ล้านคนเป็น 11ล้านคน ทั้งนี้เพราะเด็กไทยที่เข้ามาเป็นนักสูบหน้าใหม่ปีละเกือบ 200,000 คน มีจำนวนใกล้เคียงกับผู้สูบบุหรี่ที่เลิกสูบหรือเสียชีวิตในแต่ละปี การป้องกันเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ไม่ให้เริ่มสูบจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งถ้าหากร่วมกันรณรงค์ และป้องกันเด็กไทย โดยเฉพาะเด็กที่ขณะนี้มีอายุตั้งแต่ 16 ปีลงมา ซึ่งมีจำนวนเกือบ 12 ล้านคน ไม่ให้สูบบุหรี่ ก็จะสามารถลดอัตราการสูบบุหรี่ของคนไทยลงได้ รวมทั้งการสร้างเกาะคุ้มกันให้ผู้ไม่สูบบุหรี่ไม่ได้รับบุหรี่มือสอง และมือสามอีกด้วย
โดยคาดหวังว่าอาสาสมัครที่เข้าอบรม จะเป็นศูนย์กลางในการประสานความร่วมมือการดำเนินกิจกรรมในการควบคุมยาสูบใน ชุมชน โดยสามารถให้คำแนะนำ วิธีการสูบบุหรี่แก่ผู้สูบบุหรี่ รวมทั้งมีมาตรการในการป้องกันผู้สูบบุหรี่รายใหม่ในชุมชนได้ เช่นมาตรการลดการเข้าถึงบุหรี่ของเยาวชนในชุมชนโดยสร้างเครือข่ายความร่วม มือกับร้านค้าปลีกยาสูบ อีกทั้งสามารถผลักดันให้มีการสร้างและมาตรการทางสังคมในการสร้างสิ่งแวดล้อม ปลอดควันบุหรี่ เพื่อการป้องกันผู้สัมผัสควันบุหรี่มือสองในชุมชนได้ โดยการกำหนดมาตรการ รูปแบบ กฎ กติกา เพื่อสร้างสิ่งแวดปลอดควันบุหรี่ที่มาจากชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
ผู้เข้าอบรมเป็นบุคลากรสาขาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบัณฑิตอาสา , อสม. , บุคลากรสาธารณสุขทุกสาขาอาชีพ , อาจารย์ , ประชาชนระดับแกนนำในชุมชน สื่อมวลชนทุกแขนง และประชาชนผู้มีจิตอาสาที่มีใจรักในการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่






