แม่ทัพภาคที่ 4 ชี้แจงโครงการพาคนกลับบ้าน และโครงการเซฟตี้โซน 14 แห่ง
แม่ทัพภาคที่ 4 ชี้แจงโครงการพาคนกลับบ้าน และ โครงการเซฟตี้ โซน 14 แห่ง เป็นนโยบายทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโต๊ะเจรจาสันติสุขระหว่างรัฐบาลไทยกับกลุ่ม มารา ปาตานี ซึ่งการทำงานจะไม่มีการก้าวล่วงกัน คาดกลุ่มขบวนการอาจจะเสียกลุ่มแนวร่วม จึงนำมาเชื่อมโยงกันขึ้น

จากกรณีที่ทางตัวแทนกลุ่ม มารา ปาตานี ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของผู้เห็นต่าง และคู่เจรจาสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ กับทาง รัฐบาลไทย นำโดย นายสุกรี ฮารี ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของกลุ่ม มารา ปาตานี ได้ออกมาแถลงการณ์ 4 ข้อเรียกร้องถึงรัฐบาลไทยเกี่ยวกับการพูดคุยสันติสุขที่ผ่านมา และหนึ่งในนั้นคือการกล่าวถึง 2 โครงการ ของ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 คือ โครงการพาคนกลับบ้าน และ โครงการเซฟตี้ โซน หรือ พื้นที่ปลอดภัย 14 แห่ง ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่า เป็นการทำให้เกิดความสับสน และสวนทางกับสิ่งที่ทางคณะพูดคุยสันติสุขทั้ง 2 ฝ่าย ได้มีการพูดคุยกันเอาไว้ โดยมีการอ่านแถลงการณ์ที่เมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย วานนี้นั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 24 มี.ค. 61 ที่ห้องรับรอง หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทาง พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมกับเผยว่า ทั้ง 2 โครงการที่ตนทำอยู่นั้น เป็นการทำงานในฐานะของแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งเป็นนโยบาย และวิธีการที่นำใช้ในการแก้ปัญหา รวมทั้งดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอ ของ จ.สงขลา แต่เพียงเท่านั้น ซึ่งเป็นนโยบายในการใช้ทำงานเฉพาะพื้นที่ และไม่ได้มีความเกี่ยวข้อง หรือเป็นข้อเสนอบนโต๊ะเจรจาสันติสุขดจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างรัฐบาลไทย และ กลุ่ม มารา ปาตานี แต่อย่างใด
โดยในส่วนของโครงการพากลับบ้านที่มีจำนวนหลายพันคนนั้น ทำเพื่อให้กลุ่มคนที่เห็นต่าง มีหมายจับในคดีมั่นคงติดตัว หรือแม้กระทั่งกลุ่มขบวนการที่หลบหนี หรืออยากกลับตัวกลับใจ สามารถมีช่องทางที่จะใช้ต่อสู้ หรือได้รับความเป็นธรรม และรับรองในส่วนของความปลอดภัย รวมทั้งได้อยู่ร่วมกับครอบครัวอีกครั้ง ซึ่งในช่วงต้นปีนี้ได้มีผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้านแล้ว 2 ครั้ง กว่า 300 คน และครั้งที่ 3 จะมีอีกประมาณ 20-30 ครอบครัว ซึ่งในปีนี้จะมีการตรวจสอบที่เข้มงวดมากกว่าเดิมทั้งประวัติส่วนตัว และสัญชาติ
ส่วนโครงการเซฟตี้ โซน หรือ พื้นที่ปลอดภัย 14 แห่ง ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้น ได้ทำมานานแล้วกว่า 2 ปี แต่ไม่ได้มีการเปิดเผย เพียงแค่รู้กันในกลุ่มของผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบเท่านั้น และไม่เพียงแค่เซฟตี้ โซน 14 แห่ง ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เท่านั้น แต่ตนจะทำให้ทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 4 นั้น เป็นพื้นที่ปลอดภัยทั้งหมดด้วย
แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า การออกมาพูดถึง 2 โครงการดังกล่าวนั้น คาดว่า ทางกลุ่มขบวนการน่าจะเป็นฝ่ายที่เสียประโยชน์ในด้านมวลชน หรือแนวร่วมของกลุ่ม จึงต้องถึงขึ้นออกมาแถลงการณ์ และพาดพิงว่า ทำให้เวทีการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องไขว้เขว ซึ่งทั้ง 2 โครงการ ก็ยังจะผลักดัน และดำเนินการในพื้นที่ต่อไป ส่วนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของทั้งคณะพูคุยฝ่ายรัฐบาลไทย และ กลุ่ม มารา ปาตานี ก็ยังคงดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป โดยไม่มีการก้าวล่วงกัน