22 เม.ย.2542 เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 30 ล้านบาท
15 ก.พ.2542 เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 70 ล้านบาท
31 ธ.ค.2546 ลดทุนจดทะเบียนเหลือ 30 ล้านบาท
22 ส.ค.2548 เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 40 ล้านบาท
ต่อมาช่วง ต.ค.2549 และ พ.ค.2550 ถูกกรมสรรพากรติดตามตรวจสอบภาษีค้างชำระ
26 ส.ค.2551 แจ้งย้ายที่อยู่ เป็น 1588/8 หมู่บ้านกลางกรุง ถ.บางนาตราด แขวงบางนา กทม.
20 ต.ค.2553 แจ้งย้ายที่อยู่เป็น 60 ซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย33 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม.
26 ก.ย.2555 เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 70 ล้านบาท
28 พ.ย.2555 ย้ายที่อยู่ใหม่ เป็นที่อยู่ปัจจุบันคือ 25 ซอยรามคำแหง 2 ซอย 23 แยก 4 ถนนรามคำแหง แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
22 ธ.ค.2558 ถูกกรมสรรพากรติดตามตรวจสอบภาษีค้างชำระ
23 ม.ค.2560 เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 120 ล้านบาท
ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2560 ถูกกรมสรรพากรติดตามตรวจสอบภาษีค้างชำระ อีกครั้ง


ทั้งนี้ จากการตรวจสอบฐานข้อมูลเอกสารหลักฐานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า บริษัท ไทคอน นำส่งข้อมูลงบการเงินแสดงผลประกอบการธุรกิจ ล่าสุด ณ 31 ธันวาคม 2558 เท่านั้น
โดยแจ้งว่ามีรายได้ร่วม 92,719,638.72 บาท รวมรายจ่าย 87,109,147.02 บาท กำไรสุทธิ 156,580.98 บาท
ส่วนงบการเงินปีต่อๆ มา ยังไม่ได้มีการนำส่งให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า รับทราบแต่อย่างใด
ส่วนกรณีที่ สำนักข่าวอิศรา ได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงศึกษาธิการ ว่า ต้นตอปัญหาสำคัญที่ทำให้โครงการนี้ประสบปัญหาความล่าช้า มาจากเรื่องการใช้จ่ายเงินในการดำเนินงานโครงการนี้ โดยในการว่าจ้างเอกชนเข้ามารับเหมางานโครงการนี้ มีกำหนดการจ่ายเงินว่าจ้างให้เอกชน ตามวงเงินงวดงาน โดยในช่วงงวดแรกกำหนดจ่ายเงินให้ประมาณ 15% แต่ปรากฎว่าหลังจากที่มีการจ่ายเงินให้ไปแล้ว งานก่อสร้างกลับไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ไม่รู้ว่าเงินว่าจ้างถูกนำไปใช้จ่ายเรื่องอะไรกันแน่ นั้น (อ่านประกอบ : ปริศนาเงินว่าจ้างงวดแรก125ล.ไปไหน? เบื้องลึกอควาเรียม1.4 พันล. สร้างสิบปีไม่เสร็จ(2))
ล่าสุด นายพีระพล พูลทวี ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ให้สัมภาษณ์ยืนยันสำนกข่าวอิศราว่า เงินงวดแรก 15% หรือคิดเป็นวงเงิน 125 ล้านบาท จากยอดเงินงบประมาณโครงการทั้งหมด 839 ล้านบาท เป็นสิ่งที่สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ต้องจ่ายให้กับผู้รับจ้างตามกฎหมายอยู่แล้ว โดยจ่ายเพื่อให้เกิดสภาพคล่องในการดำเนินงานของบริษัท เช่น การซื้อวัสดุทำงาน การจ่ายค่าแรงงานเป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ที่รู้ดีที่สุดว่าเงินจำนวน 125 ล้านบาทถูกจ่ายไปทำอะไรก็คือตัวบริษัทเอง
ส่วนกรณีที่ น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้สั่งการให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเพื่อเร่งรัดปัญหาเรื่องการก่อสร้างงานโครงการที่ล่าช้านั้น นายพีระพล กล่าวว่า "ไม่เคยมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบชุดของ น.ส.นริศราเลย จากการตรวจสอบเอกสารตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา ก็ไม่พบว่ามีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งกับคณะกรรมการแต่อย่างใด แม้ว่าเรื่องการตั้งคณะกรรมการนี้จะปรากฎอยู่บนหน้าสื่อหนังสือพิมพ์ก็ตาม
"ในกรณีก่อสร้างอควาเรียมนั้นปรากฎหลักฐานว่ามีคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนความล่าช้าอยู่ 2 ชุดเท่านั้น คือ คณะกรรมการที่ตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กับคณะกรรมการติดตามการดำเนินการการก่อสร้างของนายสุเทพ ชิตยวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาชีวศึกษา ซึ่งตนทำหน้าที่อยู่ในทั้ง 2 ชุด"
เมื่อถามต่อว่า จะขอดูสัญญาการก่อสร้างงานอควาเรียมสงขลาได้หรือไม่ นายพีระพลกล่าวว่า "ต้องไปขอดูกับนายสุเทพเลขาธิการคณะกรรมการอาชีวศึกษา ให้เปิดเผยข้อมูลเอง"
ขณะที่ตลอดทั้งวันที่ 21 มี.ค.2561 สำนักข่าวอิศรา ได้พยายามติดต่อขอสัมภาษณ์ผู้บริหาร บริษัท ไทคอน จำกัด แต่ล่าสุดยังไม่สามารถติดต่อได้