[video-0]
นางวราภรณ์ กล่าวว่าจากการที่รัฐขึ้นภาษีบุหรี่อย่างต่อเนื่องรวมถึงมีกฎหมายต่างๆ ที่มาบังคับใช้มากขึ้น ทั้งห้ามขายบุหรี่แตกซอง ห้ามโชว์บุหรี่ ห้ามขายบุหรี่แก่เยาวชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทางผู้ค้าบุหรี่เห็นด้วยและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด และจากการที่ภาครัฐขึ้นภาษีบุหรี่อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดขายบุหรี่ถูกกฎหมายมีราคาขายปลีกถูกสุดซองละ 60 บาท ขณะที่บุหรี่เถื่อนมีราคาเพียงซองละ 15-30 บาทเท่านั้น และมีขายเกลื่่อนเมืองในหาดใหญ่เรากล้าพูดเลยว่าหาง่ายกว่าร้านหมูปิ้งเสียอีก
โดยจากการสำรวจของนิด้าโพล เกี่ยวกับสถานการณืบุหรี่เถื่อนในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง พื้นที่ที่มีการระบาดของบุหรี่เถื่อนมากที่สุด ได้แก่จังหวัดสงขลา สตูล นราธิวาส ส่วนใหญ่มองว่าปัญหาจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเพราะราคาบุหรี่ถูกกฎหมายยิ่งแพงขึ้นทุกวัน สภาพเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดี และกลุ่มผู้ค้ามีการขยายมากขึ้นเพราะมีผลตอบแทนที่ดี จึงอยากให้ภาครัฐมีการจับกุมที่เข้มข้นขึ้น เพิ่มบทลงโทษ รวมถึงงดเว้นการขึ้นภาษีบุหรี่ถูกกฎหมาย เพราะจากการสำรวจข้อมูลยืนยันว่าจำนวนผู้สูบบุหรี่ไม่ได้ลดลงแต่ที่ลดลงคือการซื้อบุหรี่ถูกกฎหมาย ส่งผลให้รัฐจัดเก็บภาษีได้ลดลงมากแต่บุหรี่ที่ไม่ได้เสียภาษีกลับเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องสร้างความร่ำรวยแก่คนบางกลุ่มเท่านั้น
ทางด้านอบจ.สงขลา เปิดเผยว่า 7เดือนแรกของปีงบประมาณ 2561 อบจ.จัดเก็บภาษีจากการค้ายาสูบได้ 12.2 ล้านบาท ลดลงกว่า 41% จากช่วงเดียวกันของปี 60 (อบจ.ได้รับภาษีบุหรี่คงที่ซองละ 1.86บาท) ซึ่งที่ผ่านมาส่วนของจังหวัดสงขลา การขายบุหรี่ถูกกฎหมายลดลงมาก จากที่เมื่อปี 55 เคยเก็บภาษีได้ถึง 80 ล้านบาท แต่ในปัจจุบันกลับมาอยู่ที่ประมาณ 17 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งกระทบต่อรายได้ท้องถิ่น ซึ่งทางอบจ.พยายามประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการเข้มงวดการจับกุมผู้ค้าบุหรี่ผิดกฎหมายให้มากขึ้นอีกทางด้วย
ทั้งนี้ ทางสมาคมผู้ค้ายาสูบไทย ยืนยันว่าไม่ได้คัดค้านการพยายามลดนักสูบบุหรี่ของหน่วยงานต่างๆ เพียงแต่อยากให้มีการควบคุมผู้ค้าบุหรี่ทุกรายให้อยู่ในระบบ ทำตามกฎหมายจ่ายภาษีให้รัฐอย่างชัดเจนเท่านั้น



