
นอกจากนี้ กฟผ. ยังมุ่งมั่นดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชน วิจัยและพัฒนาผลพลอยได้จากการผลิตไฟฟ้าให้เป็นผลิตภัณฑ์ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและรายได้ให้กับชุมชน อาทิ การนำเถ้าหนักจากการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าแม่เมาะมาผลิตเป็นบล็อกก่อผนังมวลเบาซึ่งมีความเป็นฉนวนความร้อนดีกว่าคอนกรีตบล็อกทั่วไป โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการทางเคมีหรือให้ความร้อนจึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีต้นทุนต่ำ การสกัดกรดฮิวมิกจากลีโอนาร์ไดต์ที่ได้จากกระบวนการทำเหมือง ซึ่งมีธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับพืชจำนวนมาก นำมาผสมกับวัสดุเหลือใช้ต่างๆ เช่น มูลไก่ กากส่าเหล้า และกากตะกอนอ้อย กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ หรือสารปรับปรุงคุณภาพดินให้กับวิสาหกิจชุมชนนำไปใช้
ทั้งนี้ ยังได้เรียนเชิญ นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ อดีตผู้ว่าการ กฟผ. ร่วมปาฐกถาพิเศษเรื่อง “Innovation as a Solution for a Better Life” รวมถึงมีการจัดเสวนาด้านนวัตกรรมพลังงานโดยผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน รศ.ดร.สุธี อักษรกิตติ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการต่อยอดนวัตกรรม นำไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์
“วันนี้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต ซึ่ง กฟผ. ไม่ได้มุ่งส่งเสริมเฉพาะพนักงานเท่านั้น แต่ยังให้ทุนกับภาคส่วนต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการคิดค้นสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อนำไปพัฒนาประเทศทั้งในมิติทางสังคมและเศรษฐกิจโดยรวม” ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวในตอนท้าย


