นายดลเดช พัฒนรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของดนตรีและการแสดงพื้นบ้าน โดยการจัดให้มีการประกวดการแสดงเพลงพื้นบ้านมาหลายปีแล้ว เป็นที่ทราบกันดีว่าวัฒนธรรมมีความหลากหลาย มีความแตกต่างด้านลักษณะ รูปแบบ อัตลักษณ์ และความโดดเด่นอยู่ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย การส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมด้านวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องร่วมกันอนุรักษ์ และสร้างสรรค์ เพื่อเป็นการสร้างมิติใหม่ทางวัฒนธรรม เป็นการยกระดับขีดความสามารถของดนตรี และสร้างมูลราคาเพิ่มให้กับศิลปวัฒนธรรมไทย จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมการประกวดในครั้งนี้ จะทำให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้ตระหนักถึงคุณค่าเกิดค่านิยมในการรักษาวัฒนธรรมอันดีงาม และช่วยกันสืบทอดองค์ความรู้ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมให้เกิดประโยชน์แก่สังคมไทย และนานาประเทศสืบไป
ด้าน นางสมศรี รักนุ้ย วัฒนธรรมจังหวัดสงขลา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้จัดประกวดการแสดงเพลงพื้นบ้านในสถานศึกษา ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะที่ทรงเป็นวิศิษฏศิลปิน และเพื่อส่งเสริมให้มีการปลูกฝัง สืบสาน และถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านดังกล่าว ให้คงอยู่สืบไป โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศในการประกวดของแต่ละปีมาโดยตลอด สำหรับการประกวดการแสดงเพลงพื้นบ้านในสถานศึกษาประเภทเพลงโนราในครั้งนี้ มีผู้เข้าประกวดจำนวน 5 คณะ ได้แก่ ทีมนครศิลป์ จากวิทยาลัยนาฏศิลป์นครศรีธรรมราช , โรงเรียนเทศบาล 5 (วัดหัวป้อมนอก) , ทีมนวมินทร์ถิ่นใต้ จากโรงเรียนนวมินทราชูทิศทักษิณ , ทีมโนราสะอาด จากโรงเรียนสะอาดเผดิมวิทยา และทีมโนรา โรงเรียนห้วยยอด โดยมีรางวัล ดังนี้ รางวัลชนะเลิศได้รับถ้วยพระราชทานฯ พร้อมเกียรติบัตร จากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และเงินรางวัล จำนวน 50,000 บาท , รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้รับถ้วยเกียรติยศจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมเกียรติบัตร จากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และเงินรางวัล จำนวน 40,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้รับถ้วยเกียรติยศจากปลัดกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมเกียรติบัตรจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้เงินรางวัล จำนวน 30,000 บาท





ข่าวโดย ผู้สื่อข่าว : สุธิดา พฤกษ์อุดม สวท.สงขลา