รศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่าตามที่ทาง สันนิบาตเทศบาลภาคใต้ (สนท.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ได้ทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) ทางวิชาการระหว่างกัน นั้น จึงได้มีการดำเนินการ จัดโครงการ อนาคตภาพเทศบาลภาคใต้ในระยะ 20 ปี เป็นโครงการความร่วมมือที่มาจากแนวคิดที่ว่า การที่ประชาชนในท้องถิ่นจะมีความเป็นอยู่ที่ดี ท้องถิ่นได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ต้องมาจากกระบวนการบริหารงานภายในของเทศบาลที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลของเทศบาลโดยมีการวางแผน การดำเนินงานและมีการพัฒนาท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ และเดินหน้ามุ่งสู่การเป็นเมืองน่าอยู่
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้เล็งเห็นความสำคัญในประเด็นดังกล่าว จึงทำการวิเคราะห์สถานการณ์ของการบริหารงานเทศบาลภาคใต้ในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยสำรวจภาพลักษณ์ขององค์การ ความพึงพอใจในการบริหารงานของเทศบาล ปัญหาและอุปสรรคในการบริหารงานของเทศบาลในปัจจุบันในด้านการเงินการคลัง/งานบุคคล เพื่อให้เทศบาลทราบจุดแข็งจุดอ่อนของตนเอง แล้วนำมาปรับปรุงเพื่อเป็นแนวทางในการมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ และมีภาพลักษณ์เป็นไปตามที่คาดหวัง รวมทั้งเป็นหน่วยงานที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างมีทิศทางการพัฒนาที่ชัดเจน
นายศุภสัณห์ หนูสวัสดิ์ นายกเทศมนตรีตำบลนาทวี ประธานสันนิบาตเทศบาลภาคใต้ เปิดเผยด้วยว่า สันนิบาตเทศบาลภาคใต้ ร่วมกับ ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้จัดการแถลงข่าวรายงานผลการวิจัย โครงการอนาคตภาพเทศบาลภาคใต้ ในระยะ 20 ปี ในครั้งนี้เพื่อนำจุดแข็งจุดอ่อนมาปรับปรุงเทศบาลภาคใต้ให้เป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ มีทิศทางการพัฒนาที่ชัดเจน รวมทั้งตอบสนองตามความต้องการของประชาชน
สำหรับโครงการวิจัยที่มีการนำเสนอมี 4 เรื่องคือ การวิเคราะห์สถานการณ์การบริหารเทศบาลภาคใต้ , การวิจัยอนาคตเทศบาลภาคใต้โดยวิธี EDFR (Ethnographic Delphi Future Research) , การวิจัยรูปแบบและโครงสร้างการปกครองท้องถิ่นเปรียบเทียบ: กรณีไทยกับเกาหลีใต้และจีน และ การวิจัยกฎหมายในการกำกับดูแลด้านการเงินและการคลัง/งานบุคคล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: ควบคุมหรือคล่องตัว
ผศ.ดร.นิเวศน์ อรุณเบิกฟ้า รองผู้อำนวยการศูนย์บริการ วิชาการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และคณะวิจัย ได้เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์ที่เทศบาลภาคใต้ในปัจจุบันว่า ประชาชนกลุ่มตัวอย่าง จาก 14 จังหวัดภาคใต้ ร้อยละ 84.45 มั่นใจว่าเทศบาลเป็นที่พึ่งของประชาชน และร้อยละ 61.13 ไม่เห็นด้วยที่จะยุบ เลิก เทศบาลแล้วให้หน่วยงานอื่นทำหน้าที่แทน และประชาชนมองว่าเทศบาลมีภาพลักษณ์ตามหลักธรรมาภิบาลอยู่ในระดับที่ดีในทุกด้าน
ด้านสถานการณ์การปกครองส่วนท้องถิ่น ในระยะ 20 ปี ช่วง 5-10 ปี พ.ศ.2561-2570 จะอยู่ในสภาวะถูกแช่แข็ง การกระจายอำนาจไม่สามารถทำได้มากกว่านี้ ขณะที่ระบบการเมืองท้องถิ่นไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ในช่วงระยะ 10 ปี หลัง ช่วง พ.ศ.2571-2580 จะเป็นช่วงสดใส เป็นช่วงที่การปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีแนวโน้มได้รับการกระจายอำนาจมากขึ้น มีอิสระที่จะมาพร้อมกับความรับผิดชอบ สร้างโอกาสให้ประชาชน ภาคประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น










