
ฯพณฯ โน กวัง-อิล เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ ปี 2529 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้เริ่มจัดการเรียนการสอนภาษาเกาหลีในระดับอุดมศึกษาเป็นแห่งแรกของประเทศไทย และยังเป็นสถาบันผู้บุกเบิก สนับสนุนให้จัดการเรียนการสอนภาษาเกาหลีในประเทศไทยในหลายๆ มิติ ทำให้การจัดการเรียนภาษาเกาหลีในประเทศไทยได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบัน มีมหาวิทยาลัยที่ได้จัดการเรียนการสอนภาษาเกาหลี รวม 40 แห่ง และมีนักเรียนมัธยมศึกษาที่เรียนภาษาเกาหลีในประเทศไทย รวมทั้งสิ้น 30,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนมากถึงหนึ่งในสี่ของจำนวนนักเรียนชาวต่างชาติทั้งหมดที่เรียนภาษาเกาหลีทั่วโลก และตั้งแต่ปีนี้กระทรวงศึกษาธิการได้มีการบรรจุภาษาเกาหลีให้เป็นหนึ่งในภาษาต่างประเทศของระบบสอบ PAT ซึ่งผลดังกล่าวเกิดจากการร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการทั้งสองประเทศ

รศ.ดร.ปริศวร์ ยิ้นเสน คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี กล่าวว่า คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ได้มีความพยายามในการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาเกาหลีในประเทศไทยในหลายๆ มิติ เช่น การบุกเบิกการสอนภาษาเกาหลีในระดับมัธยมศึกษา และในปัจจุบันนี้ด้วยความร่วมมือจากสำนักงานการศึกษาขึ้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการของไทยและกระทรวงศึกษาธิการของสาธารณรัฐเกาหลี ทำให้มีการเรียนการสอนวิชาภาษาเกาหลีในระดับมัธยมศึกษามีในประเทศไทย 71 แห่ง ซึ่งการขยายตัวของการเรียนการสอนภาษาเกาหลีในประเทศไทย เป็นกลไกหนึ่งที่จะตอบสนองความต้องของผู้เรียนที่มีเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมระหว่างไทยกับเกาหลี
อย่างไรก็ตามการเพิ่มสูงขึ้นของความต้องการเรียนรู้ภาษาเกาหลีและเกาหลีศึกษา เป็นไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดภาวะขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาเกาหลีและเกาหลีศึกษา ขาดแคลนแหล่งข้อมูลข่าวสารและสื่อที่จำเป็นต่อการสอนภาษาเกาหลี รวมไปถึงการสร้างระบบที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยที่สอนภาษาเกาหลีกับโรงเรียนมัธยมศึกษาถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อการพัฒนาเกาหลีศึกษาของไทยในอนาคต ยิ่งไปกว่านั้นความจำเป็นของการพัฒนาประเทศไทยตามยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่น่าจะทำให้การเรียนรู้ภาษาเกาหลีเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการศึกษาและพัฒนาตนเองของบุคลากรสายวิชาชีพในภาคอุตสาหกรรมการผลิตและบริการ ในฐานะแรงงานมีฝีมือที่สามารถใช้และสร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยีเพื่อยกระดับการแข่งขันทางเศรษฐกิจไปสู่ระดับแนวหน้าของภูมิภาคให้สามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีสัมฤทธิผล เนื่องจากสาธารณรัฐเกาหลีเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม อีกทั้งมีความสอดประสานกันของสถาบันการศึกษา นโยบายรัฐ และสถาบันวิจัยอย่างเข้มแข็งเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ดังนั้นการขยายการศึกษาภาษาเกาหลีและเกาหลีศึกษาไปสู่การศึกษาสายวิชาชีพของไทย จึงน่าจะเป็นกลไกสำคัญหนึ่งที่จะยกระดับการพัฒนาของประเทศไปสู่เป้าหมายได้รวดเร็วขึ้น เพราะภาษาเกาหลีไม่เพียงอยู่ในฐานะภาษาเศรษฐกิจของไทยเท่านั้น แต่ยังมีฐานะเป็นเครื่องมือหรือกุญแจสำคัญสู่การเรียนรู้เทคโนโลยีและวิทยาการต่างๆ อีกด้วย
รศ.ดร.ปริศวร์ ยิ้นเสน กล่าวถึงผลจากจากการจัดสัมมนาเกาหลีศึกษา เมื่อปี 2560 ว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้นำเสนอมาตรการเพื่อพัฒนาการศึกษาภาษาเกาหลีในโรงเรียนมัธยมศึกษา คือ การจัดการเรียนการสอนแบบมีส่วนร่วมด้วยการจัดพื้นที่ภาษาเกาหลี การสนับสนุนของผู้ปกครองในการศึกษาภาษาเกาหลี เพิ่มสัดส่วนครูผู้สอนภาษาเกาหลีชาวไทยให้มากขึ้น ขยายช่องทางระบบทุนการศึกษา ส่งเสริมการศึกษาในการเตรียมสอบวัดระดับภาษาเกาหลี พัฒนาคู่มือการเรียนการสอน สนับสนุนข้อมูลเกี่ยวกับการสอบวัดระดับภาษาเกาหลีเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย ขยายการฝึกอบรมภาษาเกาหลีระยะสั้นในสาธารณรัฐเกาหลี และนับเป็นก้าวแรกที่เห็นความสำคัญการจัดระบบการศึกษาเกาหลีศึกษาเพื่อรองรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล ทำให้รัฐบาลเกาหลีจัดส่งครูผู้สอนภาษาเกาหลีให้แก่วิทยาลัยอาชีวศึกษาที่เปิดสอนวิชาภาษาเกาหลีจำนวน 5 แห่ง ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดต่างๆ เช่น จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดปทุมธานี เป็นต้น

รศ.ดร.ปริศวร์ ยิ้นเสน
ในการนี้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้ดำเนินการเตรียมการในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาการศึกษาภาษาเกาหลีในวิทยาลัยอาชีวศึกษา ได้แก่ จัดทำนโยบายการศึกษาภาษาเกาหลี จัดเตรียมหลักสูตรการศึกษา สนับสนุนและจัดทำแนวทางฝึกอบรมครูผู้สอน แผนกิจกรรมการศึกษา จัดทำตำราเรียนภาษาเกาหลี และจัดทำรูปแบบและวิธีการประเมินผลภาษาเกาหลี สำหรับผลการสัมมนาในครั้งนี้ คาดคาดหวังว่าผู้ร่วมสัมมนามีความเข้าใจด้านเกาหลีศึกษาที่เป็นปัจจุบันรวมทั้งแนวทางการจัดการเรียนการสอนในระดับอาชีวศึกษาต่อไป


