กรมสุขภาพจิต จัดฝึกซ้อมความพร้อมทีมสุขภาพจิตเอ็มแคทครั้งใหญ่ที่จังหวัดสงขลา
กรมสุขภาพจิต จัดฝึกซ้อมความพร้อมทีมสุขภาพจิตเอ็มแคททุกสังกัดทั่วประเทศครั้งใหญ่ที่จังหวัดสงขลา โดยบูรณาการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกสังกัด เพิ่มประสิทธิภาพการเยียวยาจิตใจประชาชนที่ประสบภัยวิกฤติทุกรูปแบบทันการณ์ ระบุภัยพิบัติก่อให้เกิดความเครียดรุนแรงกว่าเหตุการณ์ทั่วไป มีโอกาสป่วยทางจิตถึงร้อยละ 15-40 ขณะนี้ทั่วประเทศมีทีมสุขภาพจิตเอ็มแคท 800 กว่าทีมครบทุกอำเภอ เร่งพัฒนาหลักสูตรเพิ่มทีมในระดับตำบล

ช่วงบ่ายวันนี้ (28 มิถุนายน 2561) ที่ชนันดา เลควิวรีสอร์ท อ.นาหม่อม จ.สงขลา นาวาอากาศตรี นายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เป็นประธานเปิดการซ้อมแผนปฏิบัติการช่วยเหลือดูแลจิตใจประชาชนในภาวะวิกฤติฉุกเฉินของทีมสุขภาพจิตเอ็มแคท (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team : MCATT ) ในระดับประเทศ ซึ่งบูรณาการการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ในพื้นที่ที่ประสบภัย ประกอบด้วยทีมสุขภาพจิตเอ็มแคทของกรมสุขภาพจิตทั่วประเทศ ทีมสุขภาพจิตเอ็มแคทประจำเขตสุขภาพ ทหาร ตำรวจ ทีมสอบสวนควบคุมโรคเคลื่อนที่เร็ว ทีมกู้ภัย ทีมแพทย์สนามฉุกเฉินระดับตติยภูมิ ทีมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทีมพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ และ อสม. รวมจำนวน 350 คน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือภัยพิบัติ ประชาชนได้รับการดูแลสุขภาพครบถ้วนทั้งกายและใจ ฝึกซ้อมเป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 27-29 มิถุนายน 2561 ในการฝึกครั้งนี้ ได้จำลองสถานการณ์ภัยพิบัติ ดินโคลนถล่มครั้งใหญ่ เพื่อเพิ่มทักษะในการจัดการดูแลปัญหาที่อาจเกิดตามมาได้อย่างครอบคลุม เช่น การจัดการศูนย์พักพิง เด็กจมน้ำ สารเคมีรั่วไหล ญาติผู้สูญหายเกิดปฏิกิริยา ไฟดูด ศพลอยน้ำ อาหารเป็นพิษ ทะเลาะขโมยของเป็นต้น
อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สถานการณ์ภัยพิบัติในปัจจุบันมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ทั้งจากภัยธรรมชาติ และการกระทำของมนุษย์ ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตทรัพย์สินของประชาชนในวงกว้าง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อจิตใจรุนแรงกว่าความเครียดจากเหตุการณ์ทั่ว ๆ ไป จิตใจผู้ได้รับผลกระทบจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง เกิดความเครียด วิตกกังวล หวาดผวา ซึมเศร้า ท้อแท้ สิ้นหวัง โดยมีโอกาสเกิดอาการป่วยทางจิตได้ร้อยละ 15-40 ของผู้ประสบภัย โรคที่มักพบได้บ่อยในไทยได้แก่ โรคเครียดเฉียบพลัน โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ โรคซึมเศร้า การฆ่าตัวตาย และใช้สารเสพติดคลายทุกข์เป็นต้น จึงต้องมีระบบการดูแลช่วยเหลือเยียวยาด้านจิตใจอย่างถูกต้อง เหมาะสมโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตที่กล่าวมาในระยะยาว
ขณะนี้ทั่วประเทศมีทีมสุขภาพจิตเอ็มแคทครบทุกอำเภอ จำนวน 863 ทีม มีมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ประกอบด้วยแพทย์ พยาบาลจิตเวช นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ เภสัชกร และอื่น ๆ จะให้การดูแลตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุ จนถึงระยะฟื้นฟูหลังเกิดเหตุไปแล้ว 3 เดือน หรือจนกว่าสภาพจิตใจจะกลับมาเป็นปกติสอดคล้องกับหลักสากล คือ รู้รับ ปรับตัว ฟื้นเร็วทั่ว อย่างยั่งยืน มีเครื่องมือตรวจประเมินสภาวะจิตใจ ใช้ง่าย ซึ่งผลงานที่ผ่านมาสามารถดูแลครอบคลุมผู้ประสบภัยได้ร้อยละ 99 ในช่วง 1-2 ปีมานี้ ยังไม่พบฆ่าตัวตายจากภัยพิบัติ ขณะนี้กรมสุขภาพจิตมีนโยบายขยายทีมสุขภาพจิตเอ็มแคทถึงระดับตำบล ได้ให้โรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ จัดทำหลักสูตรฝึกอบรม ทดลองใช้ไปแล้วทุกภาครวม 96 ตำบล คาดว่าเมื่อสมบูรณ์แบบ จะสามารถใช้จริงได้ในปีหน้านี้เป็นต้นไป
ทางด้านแพทย์หญิงบุญศิริ จันศิริมงคล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ จ.สงขลา กล่าวว่า ทีมสุขภาพจิตเอ็มแคทระดับตำบล ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อสม. เจ้าหน้าที่มูลนิธิ เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แกนนำชุมชนเช่นผู้ใหญ่บ้าน กำนันและอื่น ๆ ทำงานเสมือนเป็นด่านหน้าของทีมสุขภาพจิตเอ็มแคทระดับอำเภอ เมื่อเกิดเหตุจะมีการสำรวจประเมินความรุนแรงสถานการณ์ ให้การปฐมพยาบาลทางใจ ตรวจคัดกรองสุขภาพจิตค้นหากลุ่มที่มีความเสี่ยงเกิดปัญหาสุขภาพจิตให้ได้รับการดูแลโดยเร็ว ซึ่งมี 8 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้บาดเจ็บ กลุ่มญาติผู้เสียชีวิต กลุ่มผู้พิการ กลุ่มผู้สูงอายุติดบ้านหรือติดเตียง ผู้มีประวัติใช้สารเสพติด ผู้ป่วยจิตเวช กลุ่มที่สูญเสียรุนแรง และกลุ่มที่มีความคิดฆ่าตัวตาย




ข่าวโดย ผู้สื่อข่าว : สุธิดา พฤกษ์อุดม สวท.สงขลา