ทั้งนี้ จากผลการสำรวจสถานที่ผลิตเครื่องสำอางที่มีการจดแจ้งตามฐานข้อมูลที่ได้รับจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในพื้นที่ 7 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 12 จำนวน 505 แห่ง พบว่ามีสถานที่ผลิตเครื่องสำอางตรงตามที่จดแจ้งเพียง 86 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 17.03 และมีสถานที่ผลิตเครื่องสำอางที่จดแจ้งไม่ตรงตามความเป็นจริง จำนวน 419 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 82.97 สำหรับมาตรการในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ( อย. ) ได้กำหนดให้มีการตรวจสถานที่ผลิต/นำเข้า ก่อนการจดแจ้ง และได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอาง เพื่อเพิ่มมาตรการในการคุ้มครองความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น โดยกำหนดให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าเครื่องสำอางต้องปฏิบัติตามประกาศฯ ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 โดยผู้ประกอบการรายใหม่ต้องจัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ฯ ให้เป็นไปตามประกาศฯ ก่อนการยื่นจดแจ้งเครื่องสำอาง ส่วนผู้ประกอบการที่ได้รับใบรับจดแจ้งก่อนวันที่ 24 พฤษภาคม 2561 ต้องยืนยันตัวตนภายใน 45 วัน หลังได้รับหนังสือลงทะเบียนดังกล่าว หากไม่แสดงตน อย.หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จะดำเนินการเพิกถอนใบรับแจ้งต่อไป ส่วนผู้ประกอบการที่ประสงค์จะดำเนินการต่อ ให้ปรับปรุงสถานที่ผลิตและนำเข้าให้ได้ตามเกณฑ์ที่ประกาศฯ กำหนดต่อไป
สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการปัญหาเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย แบ่งกิจกรรมเป็น 2 ส่วน คือ การอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อพัฒนาศักยภาพในการตรวจสอบเฝ้าระวังการผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางได้อย่างถูกต้อง และมีการจัดบูธนิทรรศการเพื่อให้ความรู้แก่กลุ่มนักเรียน นักศึกษาในการเลือกซื้อเลือกบริโภคเครื่องสำอางได้อย่างถูกต้องปลอดภัย รวมถึงการชี้แจงแนวทางการดำเนินธุรกิจเครื่องสำอางอย่างถูกกฎหมายให้แก่นักเรียนนักศึกษาและผู้ที่สนใจจะประกอบธุรกิจเครื่องสำอางในอนาคตต่อไป


ข่าวโดย ผู้สื่อข่าว : สุธิดา พฤกษ์อุดม สวท.สงขลา