น้ำเสียในสระบัวหาดสมิหลา ยังคงวิกฤตปลาทะยอยตายต่อเนื่อง-เทศบาลเร่งเติมน้ำ
สถานการณ์น้ำเสียในสระบัวแหล่งท่องเที่ยวบริเวณชายหาดแหลมสมิหลายังคงวิกฤต ทำให้ปลาทยอยตายเกลื่อนสระเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน และมีจำนวนมากกว่าเดิม 2 เท่า พบสาเหตุมาจากน้ำเสียจากท่อน้ำทิ้งคูเมืองไหลลงสระ ประกอบกับอากาศร้อน ทำให้น้ำขาดออกซิเจน เทศบาลนครสงขลาเร่งแก้ปัญหา โดยติดตั้งนำพุเพิ่มออกซิเจนในน้ำ และเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อสูบน้ำออก และเติมน้ำใหม่เข้าไปแทนที่

วันที่ 15 มี.ค. 59 สถานการณ์น้ำเสียในสระบัว ซึ่งเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจบริเวณชายหาดแหลมสมิหลา เขตเทศบาลนครสงขลา ยังคงอยู่ในขั้นวิกฤติ ทำให้ปลาน้อยใหญ่ยังคงลอยตายเกลื่อนสระต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 และจำนวนปลาที่ตายเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จากเมื่อวานนี้ และมีปลาอีกจำนวนมากที่อยู่สภาพลอยคอขึ้นมาหายใจเหนือน้ำ เพื่อเอาชีวิตรอด ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลนครสงขลาเร่งเก็บซากปลาที่ตายขึ้นจากสระ โดยมีโรงงานปลาป่นมารรับซื้อ เพื่อนำไปทำเป็นอาหารสัตว์ในราคากิโลกรัมละ 4 บาท โดยไม่ต้องเอาไปฝัง หรือกำจัด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
นายสมชาย จันทร์ประทิน รองนายกเทศมนตรีนครสงขลา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพน้ำเสียในสระบัว พบว่า มีสาเหตุมาจากท่อน้ำทิ้งจากคูเมืองรั่วไหลเข้ามาในสระบัว ทำให้น้ำในสระเน่าเสีย ประกอบกับในช่วงนี้สภาพอากาศร้อน และน้ำในสระลดระดับลง ทำให้น้ำขาดออกซิเจน ปลาจึงเกิดภาวะช็อคตาย ซึ่งมีทั้ง ปลาตะเพียน ปลากราย และ ปลาดุก
ทั้งนี้ทางเทศบาลนครสงขลาได้เร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยการติดตั้งน้ำพุ 2 จุด และเปิดทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำให้ปลารอดชีวิตมากที่สุด รวมทั้งเตรียมนำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้ง และสูบน้ำเสียออกทั้งหมด ก่อนเติมน้ำดีเข้าไปแทนที่ ซึ่งจะเร่งดำเนินการแก้ปัญหาให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 วันนี้ เพื่อฟื้นฟูบรรยากาศสระบัวให้กลับมาดีเหมือนเดิม พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนหย่อนใจ



