ส่วนช่วงหลังดิฉันขอโฮสดูแลเรื่องแพะค่ะ แพะที่นี่มีไว้เฉพาะผลิตนม ไม่ได้เลี้ยงไว้ฆ่ากินค่ะ ปกติหน้าที่ของการดูแลแพะคือพาออกไปเดินเล่นข้างนอกให้กินอาหารตามป่าหรือต้นต่างๆวันละ 2 ครั้ง ทั้งเช้าและบ่าย ดิฉันจะรีดนมแพะเฉพาะวันที่โฮสไม่อยู่บ้านค่ะ ส่วนใหญ่ชาวสวิสจะรับผิดชอบเรื่องนมแพะ เพราะที่ประเทศเขาดังเรื่องฟาร์มนมแพะและมีประสบการณ์มาก่อนด้วยค่ะ แต่เพื่อนๆที่ร่วมงานกับดิฉันก็ได้ดื่มนมแพะสดๆจากฟาร์มทุกวัน นมแพะนี้ก็เอามาทำโยเกิร์ตและคาเฟียร์ไว้กินกับข้าวโอ๊ตมื้อเช้าหรือทำกินเล่นในแบบที่เราอยากกินก็ได้ค่ะ
อาหารในองค์กรส่วนใหญ่เป็น vegetarian ค่ะ และแตกต่างจากอาหารไทยโดยสิ้นเชิง ใช้เวลาประมาณ1อาทิตย์ดิฉันก็สามารถปรับตัวเรื่องอาหารได้ เพราะที่นี่เขาไม่กินข้าวสวยเป็นมื้อหลักค่ะ แม้แต่ร้านที่มีเนื้อสัตว์ขาย เขาจะกินข้าวจำพวก buckwheat, oat, และmillet เป็นหลัก มื้ออื่นก็จะเป็น pasta, macaroni, spaghetti, pizza และ lasagna บ้าง และจะมีชีสมาเสริมตลอด คนที่นี่ชอบกินชีสมากค่ะ ส่วนเครื่องดื่มก็จะเป็นแบบน้ำหมัก ทั้งจากน้ำผึ่ง เบอร์รี่ ยีสต์ และแบบวอดก้า
การมาแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆจากหลากหลายประเทศครั้งนี้ทำให้ฉันปรับทัศนคติตนเองได้มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวลา ทัศนคติหรือความคิดความรู้สึกที่มีต่อกลุ่มประเทศต่างๆ (stereotype) ซึ่งถ้าเรามาเจอกับสถานการณ์จริงๆแล้ว ไม่ได้เป็นอย่างที่โลกอินเตอร์เน็ตพูดถึงเสมอ อีกทั้งต้องดูแลเรื่องสุขภาพกับอากาศที่แตกต่าง ระมัดระวังตัวเองตลอดเวลา ออกไปไหนถึงแม้ว่ามีคนพร้อมที่จะมาเสนอช่วย ก็ต้องสังเกตสิ่งรอบข้างให้ดี และการท่องเที่ยวที่ดีที่สุดไม่ได้มาจากคู่มือท่องเที่ยวเสมอไปค่ะ




เล่าเรื่องโดย นส.มานิตา อักษรสว่าง นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยทักษิณ