- กรณีกล่าวหานายศุภสันต์ หนูสวัสดิ์ นายกเทศมนตรีตำบลนาทวี อ.นาทวี กรณีจัดซื้อรถตักหน้า-ขุดหลัง ที่มีการอื้อประโยชน์ให้ให้เอกชนรายหนึ่งเข้าเป็นคู่สัญญา ปปช.มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นว่าการกระทำความผิดของนายศุภสันต์ มีมูลความผิดฐานกระทำการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยหน้าที่ตามพรบ.เทศบาล พ.ศ.2496
ปปช.สงขลา ได้ส่งสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงและความเห็นไปยังอัยการฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริตภาค9 เพื่อดำเนินคดีอาญาตามฐานความผิด และได้แจ้งผลการพจารณาให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และแจ้งกกต.เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
- กรณีกล่าวหานางพิมพ์มาส รังสรรค์สฤษดิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย2 กับพวกรวม 8คน กรณีการจัดซื้อเครื่องวงโยธวาทิต 5 รายการของโรงเรียนเมื่อปีงบประมาณ 2554 ปปช.มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิดร้ายแรงฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับผลประโยชน์ที่มีควรได้ รวมถึงชี้มูลความผิดทางวินัยร้ายแรงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 2 ราย ผิดไม่ร้ายแรง 4 ราย และไม่มีมูล 2 ราย
- กรณีกล่าวหานายอุทัย สุวรรณมณี นายกอบต.ชิงโค อ.สิงหนคร เกี่ยวกับการดำเนินการปรับปรุงระบบประปาบาดาล ม.9 ม.10 ปปช.มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นว่าการกระทำความผิดของนายอุทัย มีมูลความผิดฐานกระทำการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยหน้าที่ตามพรบ.อบต. พ.ศ.2537 และได้แจ้งผลการพจารณาให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และแจ้งกกต.เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
[video-0]
- กรณีกล่าวหานายสมยศ สักพันธ์ นายกอบต.วัดจอนทร์ อ.สทิงพระ และพจน์ พิบูลย์ ผอ.กองช่าง กรณีจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีพิเศษโดยไม่มีเหตุอันควร 7 โครงการ ในปีงบประมาณ 2556 ปปช.มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นว่าการกระทำความผิดของนายสมยศ มีมูลความผิดฐานกระทำการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยหน้าที่ตามพรบ.อบต. พ.ศ.2537 และได้แจ้งผลการพจารณาให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และแจ้งกกต.เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ส่วนผอ.กองช่าง ได้แจ้งผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อดำเนินการทางวินัยตามความผิด
- และกรณีใหญ่สุดที่นำไปสู่การการกวาดล้างการทุจริตในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งจุดเริ่มต้นอยู่ที่สงขลา กรณีการกล่าวหานางสาวประนอม คงพิกุล เมื่ิอคั้งดำรงตำแหน่งรองผอ.สำนักพุทธฯ และนายเสถียร ดำรงคดีราษฎร์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผอ.สำนักพุทธฯสงขลา กับพวกรวม 7คน อนุมัติจัดสรรงบประมาณอุดหนุนแก่วัดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรียกรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์จากวัดดังกล่าว
ซึ่งกรณีดังกล่าวมีการโอนเงินเข้าบัญชีวัด 4 ล้านบาท และมีการเรียกรับคืนเป็นเงินสด 3.2 ล้านบาท โดยทางวัดร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายวางแผนจับกุมและได้ได้นำไปสู่การปูพรมตรวค้นการทุจริตภายในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่เป็นข่าวดังและมีการขยายผลการดำเนินคดีได้อีกหลายกรณีตามมา ซึ่งหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหามีนายพนม ศรศิลป์ อดีตผอ.สำนักพุทธฯ ด้วย
ที่งนี้ การชี้มูลความผิดของปปช.ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนกรณีการทุจริตได้ที่สำนักงาน ปปช.ทั่วประเทศ หรือที่สายด่วนป.ป.ช.1205