สำหรับการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย และของเสียอันตราย ตามที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2557 มี 4 ขั้นตอน ได้แก่
(1) การกำจัดขยะมูลฝอยตกค้างในสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยในพื้นที่วิกฤติ (ขยะมูลฝอยเก่า)
(2) สร้างรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายที่เหมาะสม (ขยะมูลฝอยใหม่)
(3 วางระเบียบมาตรการการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย
(4) สร้างวินัยของคนในชาติมุ่งสู่การจัดการที่ยั่งยืน

นายนิพนธ์ บุญญามณี เปิดเผยว่า จังหวัดสงขลาถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่เป้าหมายระยะเร่งด่วนในการนำร่องรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอย และของเสียอันตราย เนื่องจากมีปริมาณขยะมูลฝอยสะสมในสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสูงสุด จำนวน 2,471,840 ตัน ส่งผลให้เป็นจังหวัดสกปรกด้านการจัดการ ขยะมูลฝอย และมีปริมาณขยะมูลฝอยสะสม ลำดับ 1 ของประเทศ ทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการเผาไหม้ขยะมูลฝอย การปนเปื้อนของน้ำชะขยะมูลฝอยไหลลงสู่แหล่งน้ำผิวดิน และน้ำใต้ดิน ปัญหากลิ่นเหม็น และพาหะนำโรค ส่งผลกระทบต่อชุมชน และประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง ทำให้มีการร้องเรียนของประชาชน
โดยการประชุมแนวทางการ แก้ไขปัญหา ขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดสงขลา และพิธีลงนามในบันทึกการทำความตกลงร่วมมือกันฯ ในครั้งนี้ก็ได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 88 แห่ง โดยสภาท้องถิ่นได้พิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว จำนวน 60 แห่ง
มีวัตถุประสงค์สำคัญ อาทิ
(1) เพื่อให้การบริหารจัดการขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสงขลาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเกิดความประหยัดคุ้มค่ามีประสิทธิภาพตามนโยบาย ของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย
(2) เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นมีสุขภาพอนามัยที่ดี
(3) เพื่อป้องกันโรคติดต่อในเขตท้องถิ่น
(4) เพื่อให้การกำจัดขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนถิ่นมีประสิทธิภาพแก้ไขปัญหาขยะตกค้าง ฯลฯ








