นายธีระ แก้วพิมล อุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เดินหน้าโครงการ “เสริมแกร่ง SMEs รอบรู้การเงิน” มุ่งพัฒนาผู้ประกอบการเพื่อให้พร้อมสร้างโอกาสในการทำธุรกิจ เน้นการทำระบบบัญชีเดียว เพื่อลดความเสี่ยงต่อการดำเนินธุรกิจ และเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ขยายธุรกิจ ตลอดจนยกระดับเข้าสู่ตลาดทุนได้ในอนาคต ด้วยความร่วมมือทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน หน่วยงานภาคีเครือข่าย ในการขับเคลื่อน SMEs สู่ 4.0 อย่างแท้จริง

นางเกษราภรณ์ โกวิทลวากุล นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า โครงการเสริมแกร่ง SMEs เป็นการกระตุ้นและสร้างความตระหนักให้ผู้ประกอบการ เห็นถึงประโยชน์ในการปรับปรุงระบบบัญชีเดียวของกิจการ เพิ่มความรู้ให้ SME ได้นำเอาความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้ในการจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเงิน โดยแบ่งเป็น 2 ด้าน คือ Pre-Financeเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่แหล่งทุน และ Post-Finance เพื่อปรับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดทำบัญชีเดียว รวมทั้งการปรับระบบบัญชีให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และตามประมวลรัษฎากรที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของกองทุนที่ช่วยเหลือ SMEs ให้สามารถรับความช่วยเหลือจากกองทุนเพื่อกู้เงินไปพัฒนาธุรกิจให้ยั่งยืนต่อไป
ซึ่งกิจกรรมแนะนำโครงการเสริมแกร่ง SMEs รอบรู้การเงิน ก็จัดขึ้นทั้งหมด จำนวน 4 ครั้ง ได้แก่ กรุงเทพ, ขอนแก่น , เขียงใหม่ , และสงขลา และสัญจรไปสัมมนาเชิงปฎิบัติการเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการทั่วประเทศ จำนวน 15 ครั้ง 15 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรสาคร สงขลา ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี ชลบุรี ระยอง พระนครศรีอยุธยา สระบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น และเชียงใหม่ ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือนกันยายน 2561 – มกราคม 2562 โดยคาดว่ากลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการ 3,500 คน
สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ก็จัดขึ้นทั้งหมด 2 วัน ( 29-30 ตุลาคม 2561) ภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ “รู้แล้วดี SMEs บัญชีเดียว” , ระบบบัญชีเดียวมีผลกระทบกับผู้ประกอบการอย่างไรและจะทำบัญชีเดียวได้อย่างไร , รายการและวิธีทำบัญชีเดียวสำหรับธุรกิจการผลิต การค้า และการบริการ , work shop วิเคราะห์สุขภาพของธุรกิจจากบัญชีเดียวได้อย่างไร, การสร้าง Global Opportunity ด้วย E-Commerce และการซื้อขายผ่าน Social Platform ที่ไทยถูกมองว่าเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน , การตื่นตัวของตลาด E-Commerce ไทย และ Trend ตลาด Cross border e-Commerce โดยผู้เชี่ยวชาญ จาก Alibaba เป็นต้น








