รองผู้ว่าฯ สงขลา เป็นประธานในพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานบนยอดเจดีย์ด่านบ้านประกอบ เพื่อเชื่อมร้อยความศรัทธาของผู้คนสองแผ่นดิน ไทย - มาเลเซีย ที่มีต่อองค์หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด

วันนี้ (24 มี.ค.59) ที่บริเวณเจดีย์ด่านบ้านประกอบ อ.นาทวี จ.สงขลา นายอนุชิต ตระกูลมุทุตา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานบนยอดเจดีย์ด่านบ้านประกอบ โดยมีพุทธศาสนิกชนต่างสวมใส่ชุดขาวหลั่งไหลเข้าร่วมพิธีอย่างต่อเนื่อง
นายบัวยัญ สุวรรณมณี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา กล่าวว่า เจดีย์หลวงปู่ทวด ณ ด่านชายแดนบ้านประกอบ อ.นาทวี จ.สงขลา สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมร้อยความศรัทธาของผู้คนในสองแผ่นดิน คือ ไทยและมาเลเซีย ที่มีต่อองค์หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด หรือ สมเด็จเจ้าพะโคะ โดยเป็นผลมาจากความพยายามกว่าทศวรรษของคณะผู้มีจิตศรัทธาในจังหวัดสงขลาที่ค้นพบว่าในบั้นปลายของชีวิตหลวงปู่ทวดได้จำพรรษาในหลายหมู่บ้านของรัฐเปรัค และรัฐเคดาห์ ของประเทศมาเลเซีย ก่อนที่จะอาพาธและละสังขารขณะเดินทางกลับประเทศไทย ณ แม่น้ำเกอร์นาริงกับแม่น้ำเปรัคบรรจบกัน ในกำปงซาว่า ตำบลกัวลาเกอร์นาริง เมืองกริ๊ก รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย เมื่อ พ.ศ.2217 ด้วยอายุ 100 พรรษา และหลังจากนั้นได้เคลื่อนพระศพกลับประเทศไทย เพื่อทำการฌาปนกิจ ณ วัดช้างไห้ จ.ปัตตานี ตามที่หลวงปู่ทวดได้สั่งไว้ โดยเส้นทางเคลื่อนพระศพได้ผ่านมาทางบ้านประกอบ อ.นาทวี จ.สงขลา แห่งนี้ด้วย ประกอบกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้ความร่วมมือ IMT-GT 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย จึงได้จัดสร้างเจดีย์หลวงปู่ทวดแห่งนี้ขึ้น โดยมีพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2558 ความสูงของเจดีย์ 30 เมตร ฐานกว้าง 40 เมตร และยาว 40 เมตร พร้อมจัดพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากคุณลุงทองดี หรรษคุณารมณ์ ประธานมูลนิธิพระบรมธาตุ ในสังฆราชูปถัมภ์มาบรรจุในเจดีย์ครั้งนี้
ด้าน นายอนุชิต ตระกูลมุทุตา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การจัดสร้างเจดีย์พร้อมอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานบนยอดเจดีย์ด่านบ้านประกอบในครั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ให้กับจังหวัดสงขลา ซึ่งจะกลายเป็นการเชื่อมโยงอารยธรรม และความสัมพันธ์ของคนในภูมิภาคนี้ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งเชื่อมั่นว่าสถานที่แห่งนี้ จะเป็นสถานที่หลอมรวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในการน้อมรำลึกคุณบารมีของหลวงปู่ทวด และสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ไม่เฉพาะแต่คนไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกัน จะเป็นการเชื่อมโยงอารยธรรม และความสัมพันธ์ของสองแผ่นดินให้แน่นแฟ้น และส่งต่อเป็นมรดกสู่รุ่นลูกรุ่นหลานสืบไป
ข้อมูลและที่มา
สุธิดา พฤกษ์อุดม / ข่าว สวท.สงขลา 24 มี.ค.59
ไททัศน์ รัตนี / ภาพ


