มาดูรีวิวหนังเรื่องนี้ฉบับกิมหยงกันครับ
Batman v Superman: Dawn of Justice
สำหรับคนที่อาจจะไม่คุ้นเคยกับแนวทางของ Zack Snyder ผู้กำกับเรื่องนี้ อาจจะพึ่งเคยดูครั้งแรก เพราะด้วยกิตติศัพท์ของหนังที่ทุ่มเทโปรโมทกันมายาวนานเป็นปี ๆ ด้วยความที่เป็นครั้งแรกที่ Batman ปะทะกับ Superman บนจอภาพยนตร์ และตัวหนังคาดหมายว่าให้เป็นธงนำสำหรับซูเปอร์ฮีโร่ตัวอื่น ๆ ที่จะตามมาของค่าย DC Comic พอเข้าไปเจอทางหนังของพี่ Zack เข้า อาจจะมีซึม ๆ อึน ๆ กันไปบ้าง..
Zack Snyder โด่งดังสุด ๆ มาจากหนัง “300” หลังจากได้รับการซ้อมมือกับหนังอินดี้ซูเปอร์ฮีโร่อย่าง Watchman ( เด็ดมากเรื่องนี้ตบหน้าคอฮีโร่แรงๆ เลยเล่นเอาหน้าชาเลย ) ”Sucker Punch” ซูเปอร์ฮีโร่หญิงในชุดยูนิฟอร์มนักเรียน.. และเรื่อง Man of Steel ซูเปอร์แมนยุคใหม่ล้างบ้านผลาญเมือง... เออหนังเรื่องหลัง ๆ แกเน้นฮีโร่ตลอดเลยแฮะ พอมาย้อนดู สิ่งหนึ่งที่พอจับสังเกตได้ถึงการสื่อถึงประเด็นเสียดสีทางสังคมและการเมืองอย่างแหลมคม ที่มักจะเล่าถึงเรื่องของคนดีที่ดีในแง่ไหน ดีในมุมมองของใคร ดีเพื่อใคร...ดีต่อคน ๆ เดียวนับเป็นคนดีหรือไม่....
BVS.จับความต่อเนื่องจากเหตุการณ์ใน Man of Steel ที่ตัว Superman เองต่อสู้กับพี่น้องชาวคลิปตัน จนบ้านเมืองพังถล่มเสียหาย และส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างมีผู้คนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นคำถามว่านี่คือการทำดีแล้วหรือ แล้วคุ้มหรือไม่กับสิ่งที่สูญเสียไป ซูเปอร์แมนมีอำนาจมากมายแต่เหมาะแล้วหรือที่จะรับบทเป็นพระเจ้า ชี้เป็นชี้ตายให้กับมนุษย์...ทำให้เกิดข้อขัดแย้งในแนวคิดของการทำความดีระหว่างสองฮีโร่ ที่เป็นช่องทางให้วายร้ายเข้ามาสอดแทรกได้...
โชคดีที่เราทำใจเผื่อไว้เยอะพอสมควรกับแนวทางซูเปอร์ฮีโร่ของ DC ที่จะเป็นโทนหม่น ดาร์ค ดูจบแทบจะออกบวชได้ แตกต่างกับฟากฝั่งมาร์เวลที่สว่างไสว เฮฮา ยิงมุกตลอดทุกเบรค ยิ่งมาบวกกับทางกำกับของพี่ Zack ถ้าไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ช่วงกลาง ๆ เรื่องอาจมีวูบ ๆ ไปบ้าง แต่ถ้าตามได้ติดและคิดตามทำให้เข้าใจได้ถึงสังคมในโลกปัจจุบันที่ผู้มีอำนาจสูงสุดควรมีการตรวจสอบหรือไม่ ควรมีการจำกัดขอบเขตหรือเปล่ามิฉะนั้นอาจเหลิงเตลิดไปไกลจนควบคุมไม่ได้.... หนังทั้งเรื่องถ้านับฉากแอ็คชั่นอาจจะดูน้อยไปนิดเมื่อเทียบว่าเป็นหนังฮีโร่ระดับตัวพ่อสองตัวมาเจอกันแถมตัวละครลับอีกหลายตัวด้วยที่ออกมาให้แฟน ๆ เซอร์ไพรซ์เป็นช่วง ๆ แต่ในช่วงเบรคสุดท้ายก็ใส่ไปไม่ยั้งเช่นกัน รู้สึกว่าภาคนี้แบทแมนโดย เบน เอฟเฟ็ค ดูมีสง่าราศีกว่าพี่ซุปฯ นิด ๆ ชุดเกราะที่ใช้รับมือก็ดูแนว ๆ ดิบ ๆ ดี ในวงการโมเดลราคาน่าจะราคาพุ่งพรวดแน่..
หนังดูเหมาะกับผู้ใหญ่มากกว่าเด็กที่จะเลือกดูในช่วงปิดเทอมนี้ เพราะเต็มไปด้วยข้อขัดแย้งด้านแนวคิดของผู้ที่ผ่านโลกมาพอสมควร แต่ถ้าผ่านช่วงกลางเรื่องได้ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะแอ็คชั่นช่วงท้ายของหนังก็สนุกยิ่งใหญ่ผ่านการคิดเยอะและคุ้มค่ากับการรอคอย หนังมาเพื่อเปิดทางให้กับ DC เรื่องอื่น ๆ ที่จะตามมา อย่างใกล้ ๆ นี้ก็มีหนังรวมดาวร้ายของ DC “Suicide Squad” แนวเรื่องน่าสนใจ หรืออย่าง ซูเปอร์ฮีโร่คนอื่น ๆ ที่อยากให้ไปหาคำตอบกัน...
ปล.1.ดูพากษ์ไทย โรงธรรมดา ไม่เลวร้ายนัก แม้เสียงซุปเปอร์แมนหวานไปนิด ถึงแกจะขมวดคิ้วเครียดตลอดเวลา
2. ถ้ามีงบจัด 3 D ไปเถอะน่าจะสนุกยิ่งขึ้น เพราะเห็นภาพหลาย ๆ มุม ดูจอธรรมดายังสวยมีมิติเลย...







