ขณะขับรถจักรยานยนต์นำยาบ้ามาส่งให้กับสายลับที่จุดนัดหมายถนนภายในหมู่บ้านหมู่ 7 ต.ฉลุง หลังจากที่เพิ่งเสร็จจากการส่งผู้ป่วยที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ และยึดยาบ้าจำนวน 202เม็ด ที่สั่งซื้อในราคา8,500บาท แม้ตายเจ๊ะวิรัช จะพยายามขับรถหลบหนีแต่ไม่ทันตำรวจรวบตัวเอาไว้ได้พร้อมของกลางและโทรศัพท์มือถืออีก1เครื่องที่พยายามโยนทิ้งทำลายหลักฐาน
จากนั้นได้พาไปตรวจค้นที่บ้านพักเลขที่63/1 หมู่1 ต.ฉลุง ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันแต่ก็ไม่พบของกลางเพิ่มเติม แต่อย่างใด
สอบสวนนายเจ๊ะวิรัตน์ รับสารภาพว่า หันมาค้ายาบ้าได้ราว4 เดือนโดยรับของมาจาก นายปัญญา สุขพันธ์ หรือเอ ซึ่งเป็นญาติกันและเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน และยังบอกว่าเคยถูกจับกุมในคดียาเสพยาเสพติดซึ่งถูกล่อซื้อยาบ้า5 เม็ด เมื่อปี 53 และพ้นโทษมาเมื่อปี 56 ก่อนที่จะกลับตัวกลับใจมาทำงานสุจริตเป็นพนักงานขับรถประจำหน่วยกู้ชีพ อบต.ฉลุง แต่ระยะหลังเงินไม่พอใช้เพราะต้องเลี้ยงลูกถึง5 คน และเป็นหนี้นับแสนบาท จึงหมดหนทางหวนกลับเข้าสู่วงการค้ายาอีกครั้งแต่สุดท้ายก็พบจุดจบเหมือนเดิม
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และจะเร่งขยายผลติดตามจับกุม นายปัญญา ที่ถูกซัดทอดว่าเป็นเอเย่นต์ที่ส่งยาให้ต่อไป


