แม่ทัพภาคที่ 4 โชว์ผลงานปราบปรามยาเสพติดในภาคใต้ สร้างชุมชนเข้มแข็ง คืนความสุขให้ประชาชน
แม่ทัพภาคที่ 4 แถลงผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ ผลงานเยี่ยม ภายใน 45 วัน จับยาบ้า ได้กว่า 10,801,718 เม็ด พร้อมเน้นแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดในชุมชน ใช้แนวทางสันติ สร้างชุมชนเข้มแข็ง ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน อาทิ ด้านการป้องกัน, การสกัดกั้น, ปราบปราม และการบำบัดรักษา

วันนี้ 19 ธ.ค. 2561 เวลา 10.00 น. ณ ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีการจัดงานแถลงผลปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ของกองทัพภาคที่ 4 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ชูผลงาน 45 วัน เดินหน้ารุกต่อเนื่อง ใช้มาตรการยึดทรัพย์ผู้ค้า พร้อมสร้างชุมชนเข้มแข้ง ดึงจิตอาสาร่วมขจัดภัยยาเสพติดคืนความสุขให้ประชาชน โดยมีพลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในการแถลงข่าว พร้อมด้วย นายไกรสร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวในครั้งนี้
ตามที่รัฐบาลกำหนดนโยบายการดำเนินการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด พ.ศ. 2558 - 2562 โดยเน้นแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดในชุมชน ทำลายโครงสร้างเครือข่ายการค้าในพื้นที่ ใช้แนวทางสันติ ให้อภัย การใช้ศาสตร์พระราชา เพื่อสร้างความยั่งยืน ด้วยการดำเนินการให้ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการป้องกัน, การสกัดกั้น, ปราบปราม และการบำบัดรักษา
และจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมอำเภอ เป็นกลไกหลัก นอกจากนี้ยังได้จัดทำบัญชีเป้าหมายผู้ค้า ผู้เสพ พร้อมกับกำหนดมาตรการในการดำเนินการต่อเป้าหมาย ควบคู่ไปกับการจัดเตรียมสถานที่บำบัด การสร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจกับผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และประชาชน ให้รับทราบแนวทางในการจัดการกับปัญหายาเสพติดให้หมดสิ้นไป

พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4
พลโท พรศักดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า สำหรับผลการปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในพื้นที่ภาคใต้ ภายหลังเปิดปฏิบัติการมา 1 เดือน 15 วัน ตลอดช่วงระยะเวลาดังกล่าวก็ได้สั่งการให้จัดตั้งด่านตรวจ และจุดสกัดตามเส้นทางในพื้นที่และบริเวณแนวชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาแพร่กระจายในพื้นที่ ทั้งนี้ได้มุ่งเน้นการทำลายโครงสร้างเครือข่ายยาเสพติด และการใช้มาตรการทางกฎหมาย ต่อกลุ่มผู้ค้าในระดับต่างๆ ที่เป็นวงจรนำยาเสพติดเข้าสู่ชุมชนตามบัญชีเป้าหมาย โดยมอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจ ภูธรภาค 8, 9 เป็นเจ้าภาพหลัก ในการจัดกำลังเข้าสกัดกั้นและปราบปราม ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 8, 9 และหน่วยที่เกี่ยวข้อง โดยให้หน่วยประจำพื้นที่เป็นกำลังเสริมและสนับสนุนการปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สำหรับผลการปฏิบัติห้วงตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2561 - 15 ธันวาคม 2561 สามารถจับกุมของกลาง ยาบ้า 10,801,718 เม็ด, ไอซ์ 47 กิโลกรัม, เฮโรอีน 298 กิโลกรัม, กัญชา 30 กิโลกรัม, พืชใบกระท่อม 1,000 กิโลกรัม และผู้ต้องหา 419 ราย โดยมีการปฏิบัติในการสกัดกั้นและจับกุมยาเสพติดตามแนวชายแดน จำนวน 84 ครั้ง ควบคุมผู้ต้องหาได้ 94 ราย ตรวจยึดยาบ้าได้ 3,516,417 เม็ด, พืชใบกระท่อม 748 กิโลกรัม
นอกจากนี้ยังได้มีส่วนของการบำบัดรักษา มุ่งเน้นใช้มาตรการทางสังคมภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา ปัจจุบันได้จัดเตรียมสถานที่รองรับ ผู้เข้ารับการบำบัด จำนวน 29 แห่ง สามารถรองรับได้กว่า 2,200 คน
นอกจากนี้ยังมีสถานที่บำบัดฟื้นฟู ด้วยหลักศาสนาอิสลามที่ปอเนาะญาลันนันบารู บ้านเกาะแลหนัง ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา เป็นสถานที่บำบัดด้วยความสมัครใจและผ่านกระบวนการชุมชนโดยจิตอาสาญาลันนันบารู สามารถรองรับได้กว่า 1,000 คน ทั้งนี้ ผู้ที่จะเข้าสู่กระบวนการบำบัดจะต้องผ่านการประเมินเบื้องต้นจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ประจำตำบลก่อนเข้าสู่ศูนย์คัดกรองระดับอำเภอ เพื่อคัดแยกและลงทะเบียนเข้าสู่กระบวนการบำบัดตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข
โดยแบ่งตามระดับความรุนแรงของอาการได้ 4 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มผู้ใช้ จะบำบัดด้วยโปรแกรมบำบัดเบื้องต้นและส่งตัวเข้าฝึกอบรมเพื่อปรับเปลี่ยน, พฤติกรรม พัฒนาทักษะชีวิต ณ ศูนย์วิวัฒน์พลเมือง หรือค่ายฝึกอบรมตามที่กำหนด
กลุ่มผู้เสพ ส่งเข้าบำบัดที่โรงพยาบาลชุมชน หรือสถานที่บำบัดที่กำหนดโดยใช้เวลา 35 วัน
กลุ่มผู้ติด ส่งเข้าบำบัดที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่หรือโรงพยาบาลศูนย์ในพื้นที่
และกลุ่มผู้ป่วยซ้ำซ้อน ส่งเข้าบำบัดที่โรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี, โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา และโรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเครือข่ายต่อไป









