ดร.สุวิมล กล่าวว่า การพัฒนาน้ำยางเพ้นท์เสื้อเป็นการตอบสนองความต้องการของชุมชนในการทำเสื้อของฝากของที่ระลึก ที่แต่เดิมมักจะใช้วิธีการสกรีนโดยใช้บล็อกเป็นรูปแบบตายตัว แต่หากนักท่องเที่ยวสามารถลงมือทำและวาดลวดลายที่ต้องการหรือลงลายเซ็นบนเสื้อได้ด้วยตัวเอง จะเป็นการเพิ่มตัวเลือกและเป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้อเสื้อเพื่อเป็นของที่ระลึกเพิ่มมากขึ้น สำหรับขั้นตอนการผลิตเริ่มจากนำน้ำยางธรรมชาติมาทำให้สะอาด จากนั้นนำมาแยกชั้นใส่สารเพิ่มความหนืด ทำให้เกิดการแยกชั้นให้ยางเบากว่าน้ำ นำส่วนที่เป็นน้ำออกไปบางส่วนให้น้ำยางมีความเข้มข้นยิ่งขึ้น จากเดิมน้ำยางจะอยู่ที่ 25% แต่เมื่อทำให้เข้มข้นขึ้นแล้วน้ำยางจะอยู่ที่ 60% หลังจากนั้นนำน้ำยาง 60% ที่ได้ไปผสมกับสารเคมีเพิ่มความหนืด เพื่อให้น้ำยางจับเป็นเส้นและน้ำยางไม่จางลง ช่วยให้คงความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น
“ยางธรรมชาติเป็นพืชเศรษฐกิจในภาคใต้ของประเทศไทย โดยทั่วไปจะถูกขายในรูปวัตถุดิบ เช่น น้ำยาง ยางแผ่น ยางแท่ง ยางก้อนถ้วย ฯลฯ ซึ่งเมื่อเทียบราคาต่อหน่วยกิโลกรัมแล้ว มีมูลค่าน้อยกว่าการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มาก ดังนั้น หากส่งเสริมให้มีการแปรรูปยางธรรมชาติให้เป็นผลิตภัณฑ์ยางที่น่าสนใจ จะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับยางธรรมชาติอย่างมหาศาล” อาจารย์วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ มรภ.สงขลา กล่าวและว่า
ทั้งนี้ มรภ.สงขลา ได้นำผลงานวิจัยสีเพ้นท์เสื้อและผ้าบาติกจากน้ำยางธรรมชาติ ไปร่วมจัดแสดงในงานประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ “ราชภัฏวิจัย ครั้งที่ 5” ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ซึ่งนอกจากการสาธิตเพ้นท์เสื้อแล้ว ยังมีการเพ้นท์กระเป๋าผ้า การทำผ้าบาติก และหมวกจากน้ำยางธรรมชาติอีกด้วย โดยได้รับความสนใจจากนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไป เข้ามาทดลองเพ้นท์ผ้าบาติกจากน้ำยางธรรมชาติเป็นจำนวนมาก






ข่าวโดย/ น.ส.อุมาพร สังขวณิช นักศึกษาโปรแกรมวิชานิเทศศาสตร์ มรภ.สงขลา
เรียบเรียงโดย ลัดดา เอ้งเถี้ยว (นักประชาสัมพันธ์ มรภ.สงขลา)