พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานน้ำสรงพระเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ 1,087 ปี เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และถวายพระราชกุศล เนื่องในวันมาฆบูชา ณ วัดจะทิ้งพระ จังหวัดสงขลา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานน้ำสรงพระเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ 1,087 ปี เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และถวายพระราชกุศล เนื่องในวันมาฆบูชา ณ วัดจะทิ้งพระ จังหวัดสงขลา
วันที่ 3 มีนาคม 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานน้ำสรงพระเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ ครบ 1,087 ปี กวนข้าวมธุปายาส และทอดผ้าป่าสามัคคี ประจำปี 2569 ณ วัดจะทิ้งพระ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา โดยเสด็จพระราชกุศลในพิธีดังกล่าว
ทั้งนี้ นับเป็นประวัติศาสตร์ที่พระเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ ได้รับพระราชทานน้ำสรงจากพระมหากษัตริย์ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แก่ชาวอำเภอสทิงพระ และพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ซึ่งพิธีจัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ โดยมี นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีฝ่ายฆราวาส และพระครูนันทสารกิจ รองเจ้าคณะอำเภอสทิงพระ เจ้าอาวาสวัดจะทิ้งพระ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย นางสุรียพรรณ์ ณ สงขลา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นางสาวกฤตพร คงเคว็จ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เขตอำเภอสทิงพระ ตลอดจน หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมในพิธี
โดยพิธีเริ่มต้นด้วยการเชิญน้ำสรง พระราชทานประดิษฐานเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถวายความเคารพ และเปิดกรวยสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนอาราธนาศีล เจริญพระพุทธมนต์โดยพระสงฆ์สมณศักดิ์ จำนวน 10 รูป เจ้าอาวาสวัดจะทิ้งพระนำกล่าวบูชาพระเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ
ต่อจากนั้น ประธานในพิธีได้ประกอบพิธีสรงน้ำพระราชทาน ห่มผ้าพระเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ และกราบสักการะพระเชตุพนพุทธไสยาสน์ หรือ “พ่อเฒ่านอน” เป็นพระพุทธรูปปางสีหไสยาสน์ (ปางอนุฏฐานไสยาสน์) พร้อมด้วยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ร่วมถวายไทยธรรมแด่พระสงฆ์ และเสร็จสิ้นพิธีด้วยการกรวดน้ำ อนุโมทนา และให้พร โดยภายหลังพิธี เจ้าอาวาสวัดจะทิ้งพระ พร้อมพระภิกษุสงฆ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และหัวหน้าส่วนราชการได้นำพุทธศาสนิกชนจากทุกภาคส่วน ร่วมกิจกรรมเวียนเทียนเนื่องในวันมาฆบูชา เพื่อสืบสานประเพณีสำคัญทางพระพุทธศาสนา และแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างสุดซึ้ง
สำหรับพระเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ เป็นเจดีย์ก่อด้วยอิฐดินและอิฐปะการังสอด้วยดินบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า เจดีย์เป็นรูประฆังคว่ำ หรือรูปโอ่งคว่ำแบบลังกามีปลียอดแหลมอย่างเช่น พระบรมธาตุเจดีย์ที่นครศรีธรรมราช แต่ต่างกันที่ไม่มีรัตนบัลลังก์ เจดีย์มหาธาตุมีความสูงจากฐานถึงยอด 20 เมตร ฐานกว้างด้านละ 17 เมตร ฐานเดิมของเจดีย์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส
ต่อมาในสมัยอยุธยา ได้มีการบูรณะเพิ่มเติมฐานเป็นแบบย่อมุมไม้ยี่สิบ ทั้ง 4 ทิศจะมีซุ้มพระ ประดับทิศละ 1 ซุ้ม โดยประสมประสานสถาปัตยกรรมสมัยศรีวิชัยเข้ามา เช่น ทำเป็นมณฑปสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูป ส่วนยอดทำเป็นสถูปมีเจดีย์บริวาร 4 มุม ตามตำนานกล่าวว่าผู้สร้างเจดีย์คือพระเจ้ากรุงทองแห่งเมืองสทิงพระ สร้างขึ้นในปี พ.ศ.1542 ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ พ.ศ.2477 เจดีย์พระมหาธาตุชำรุดทรุดโทรมมาก ได้มีการบูรณะองค์เจดีย์ขึ้นใหม่แต่ก็ยังคงลักษณะเดิมไว้ ในวันเพ็ญเดือน 3 ของทุกปีจะมีประเพณีแห่ผ้าขึ้นห่มพระมหาธาตุเจดีย์












