3. เร่งอนุมัติงบประมาณโครงการสำคัญก่อนฤดูมรสุม
เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ทันในปีนี้ ซึ่งเหลือเวลาไม่ถึง 100 วันจะเข้าฤดูมรสุม เหลือระยะเวลาในการทำงานไม่มาก ไม่ใช่หลังเกิดความเสียหายแล้วจึงเริ่มแก้ไข
งบประมาณสำคัญที่ต้องเร่งผลักดัน
1. งบเร่งด่วน จากงบกลาง 34.9 ล้านบาท
สำหรับขุดลอกคูคลอง กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในจุดวิกฤต พื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่
2. งบฟังก์ชันกรมชลประทาน 1,174.379 ล้านบาท
เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทาน คลองหลัก และระบบบริหารจัดการน้ำทั้งลุ่มน้ำ
3. งบฟังก์ชันเทศบาลนครหาดใหญ่ 1,079 ล้านบาท
สำหรับปรับปรุงระบบระบายน้ำเมือง เสริมสร้างความพร้อมของเครื่องจักรกล ยานพาหนะและอุปกรณ์ด้านการป้องกัน และโครงสร้างพื้นฐานรองรับสถานการณ์ฝนตกหนัก
“หาดใหญ่ไม่ได้ขาดแผน แต่ขาดความเร็วในการตัดสินใจ”
ภาคเอกชนยืนยันว่า ปัจจุบันจังหวัดสงขลามีข้อมูล แผนงาน และโครงการรองรับครบถ้วนแล้ว สิ่งที่ต้องการคือการเร่งรัดการตัดสินใจและการจัดสรรงบประมาณให้ทันก่อนฤดูมรสุม
หากสามารถผลักดันโครงการสำคัญเหล่านี้ได้ทันเวลา จะช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหายทางเศรษฐกิจนับหมื่นล้านบาท รักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุน และปกป้องบทบาทของหาดใหญ่ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ของภาคใต้
นายทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวว่าที่ผ่านมา อยากขอบคุณรัฐบาลที่มีการให้เม็ดเงินมากระตุ้นการท่องเที่ยว การจัดงาน ในช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งภาคเอกชนใน กกร.ของเราก็พยายามเต็มที่ในการฟื้นเมืองหาดใหญ่กลับมาให้เร็วที่สุด
“วันนี้หาดใหญ่ไม่ได้ขอให้รัฐบาลศึกษาเพิ่มเติม เพราะข้อมูลและแนวทางแก้ไขมีพร้อมแล้ว สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการคือการตัดสินใจที่รวดเร็วพอในการผลักดันงบประมาณในลงสู่พื้นที่ ก่อนที่ฝนจะกลับมาอีกครั้ง”
“หากเราพลาดโอกาสในช่วง 100 วันจากนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่เพียงทรัพย์สินของประชาชนหรือผู้ประกอบการ แต่หมายถึงความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจภาคใต้ทั้งระบบ ซึ่งจะกระทบต่อการลงทุน การท่องเที่ยว และศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว”
นางสาวอรวรรณ ศิริวราสันติ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา กล่าวเสริมว่า “วันนี้ภาคเอกชนไม่ได้ต้องการเพียงคำสัญญา แต่ต้องการเห็นแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่รับผิดชอบในการบริหารจัดการน้ำและป้องกันน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการรับรู้ร่วมกันว่า เราพร้อมรับมือมากแค่ไหน
เวลานี้เราเหลือเวลาไม่ถึง 100 วันก่อนเข้าสู่ฤดูมรสุม ซึ่งถือเป็นหน้าต่างเวลาสำคัญอย่างยิ่ง ต่อให้เริ่มลงมือวันนี้ เรายังไม่แน่ใจว่าจะทันหรือไม่ แต่สิ่งที่แน่ชัดคือ หากเราไม่ทำอะไรเลย ความเสียหายจะเกิดขึ้นซ้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สำหรับภาคอุตสาหกรรม น้ำท่วมไม่ได้กระทบแค่เรื่องน้ำในพื้นที่ แต่หมายถึงสายการผลิตที่หยุดชะงัก การขนส่งที่สะดุด ต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น และความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลงทันที
เราไม่มีสิทธิปล่อยให้หาดใหญ่ต้องเผชิญเหตุการณ์เดิมซ้ำอีกครั้ง เพราะต้นทุนของความล่าช้า วันนี้สูงเกินกว่าที่เศรษฐกิจของสงขลาและภาคใต้จะรับไหวแล้ว”