แม้ว่าเศรษฐกิจภาคใต้จะยังมีหลายเครื่องยนต์ ขับเคลื่อนได้ดีในปีนี้ แต่ก็มีเครื่องยนต์สำคัญที่ยังทำงาน ได้ไม่เต็มที่ อย่างแรกคงหนีไม่พ้นภาคเกษตรกรรมซึ่ง เป็นปัจจัยฉุดรั้งสำคัญอย่างหนึ่งของภาคใต้ในปีนี้ เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรสำคัญทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน และกุ้งขาว หดตัวต่อเนื่องตามผลผลิต ที่เพิ่มขึ้นจากทั้งในและนอกประเทศ ทำให้รายได้ เกษตรกรหดตัวจากปีก่อนร้อยละ 18.5 ส่งผลให้การ ใช้จ่ายของครัวเรือนปรับดีขึ้นเพียงเล็กน้อยจาก ปี 2560 ส่วนหนึ่งมาจากกำลังซื้อของกลุ่มรายได้ ปานกลางถึงสูงที่ยังคงขยายตัว
นอกจากนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรมและ การส่งออกที่สร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจภาคใต้ใน ปี 2560 กลับขยายตัวเพียงเล็กน้อยที่ร้อยละ 1.1 สาเหตุหลักมาจากการผลิตอาหารทะเลแช่เย็นแช่แข็ง และแปรรูปที่ลดลงเนื่องจากการลดลงของปริมาณ วัตถุดิบและการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันของ สินค้ากุ้งที่ต้นทุนการผลิตของไทยสูงกว่าคู่แข่ง รวมถึง การผลิตไม้ยางแปรรูปและผลิตภัณฑ์ลดลงเนื่องจาก มาตรการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของทางการจีนที่ เข้มงวด ส่งผลให้โรงงานไม้ในจีนหลายโรงต้องปิดตัว กระทบต่อความต้องการไม้ยางแปรรูปจากไทย ขณะที่ การผลิตในอุตสาหกรรมหลักอื่น ๆ ได้แก่ ยางพาราแปรรูป ถุงมือยาง และอาหารทะเลกระป๋อง เพิ่มขึ้นตามความต้องการของคู่ค้าหลักที่มีต่อเนื่อง

จะเห็นว่าภาพรวมเศรษฐกิจภาคใต้ในปี 2561 ทั้งปียังคงขยายตัว แต่เมื่อดูรายละเอียดพบว่าตัวเลขเศรษฐกิจส่วนใหญ่ขยายตัวได้ดีในครึ่งแรกของปี และเริ่มชะลอตัวในครึ่งหลังของปี 2561 โดยปัจจัยที่เข้ามากระทบเศรษฐกิจภาคใต้ในช่วงครึ่งหลังมีสองปัจจัยหลัก ปัจจัยแรก คือ เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีน อาทิ เหตุการณ์ เรือนักท่องเที่ยวล่มที่จังหวัดภูเก็ต เหตุการณ์ทำร้ายนักท่องเที่ยวที่สนามบิน ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา ส่วนปัจจัยที่สอง คือ สงครามทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่แม้จะยังส่งผลกระทบต่อไทยไม่ชัดเจนนัก แต่เริ่มเห็นสัญญาณการลดลงของการผลิตและส่งออกยางพาราแปรรูปจากภาคใต้ไปยังจีนในครึ่งหลังของปี เนื่องจากผู้นำเข้าจีน ไม่มั่นใจในสถานการณ์ดังกล่าว ประกอบกับเศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง ทำให้ชะลอการนำเข้ายางพาราแปรรูป และความกังวลจากสงครามการค้า ครั้งนี้ กดดันให้ราคายางพาราอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง
ปัจจัยกระทบเศรษฐกิจภาคใต้ที่เริ่มเห็นใน ครึ่งหลังของปี 2561 คาดว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจภาคใต้ในปี 2562 มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ ชะลอลงโดยเฉพาะจากด้านอุปทาน ทั้งการผลิตภาคอุตสาหกรรมก็คาดว่าจะทรงตัวจากปี 2561 ซึ่งสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ จะยังส่งผลลบต่อการผลิตและส่งออกยางพาราแปรรูปภาคใต้ อย่างไรก็ดี การผลิตและส่งออกในอุตสาหกรรมอื่น อาทิ อาหารทะเลกระป๋องและถุงมือยางยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง สำหรับการผลิตและส่งออกไม้ยางแปรรูปและผลิตภัณฑ์คาดว่าจะปรับดีขึ้นได้ในปี 2562 โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังของปี หลังจากที่โรงงานในจีนบางส่วนจะสามารถปรับปรุงมาตรฐานตามเกณฑ์และกลับมาเปิดดำเนินการได้
สำหรับการท่องเที่ยวคาดว่าจะชะลอตัวลง ตามภาวะเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันจากหลายประเทศที่รุนแรงขึ้น ทำให้การขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวเกือบทุกสัญชาติชะลอลง
แม้ว่าทางฝั่งอุปทานจะยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ แต่ทางด้านอุปสงค์คาดว่าจะขยายตัว โดยการใช้จ่ายครัวเรือนจะยังขยายตัวได้ ส่วนหนึ่งได้รับแรงส่งจากการใช้จ่ายของกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูง ขณะที่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยยังได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าเกษตรสำคัญที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำและยังคงกดดันรายได้เกษตรกร รวมถึงรายได้นอกภาคเกษตรที่คาดว่าจะชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจ แม้ว่าครัวเรือนบางส่วนจะได้รับผลดีจากมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ สำหรับการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนจะยังเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อเศรษฐกิจภาคใต้ต่อเนื่องในปี 2562 โดยเฉพาะในภาคก่อสร้าง สอดคล้องกับความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีมากขึ้น
ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงทั้งภายนอกและภายในประเทศที่จะเข้ามากระทบ จึงทำให้ปี 2562 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ท้าทายสาหรับเศรษฐกิจภาคใต้






บทความโดย นางสาวจิดาภา ช่วยพันธุ์ เศรษฐกรอาวุโส ฝ่ายนโยบายโครงสร้างเศรษฐกิจ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย