
นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. เผยว่าก่อนสร้างอุตสาหกรรมต่างๆ ภาคเอกชนจะต้องศึกษา EIA หรือผลกระทบที่จะขึ้นกับสิ่งแวดล้อมตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทำลายธรรมชาติโดยเจตนาและไม่เจตนา ทั้งนี้ภาคเอกชนจะไม่เข้ารุกล้ำถิ่นที่อยู่อาศัย และพื้นที่ทำกิน เนื่องจาก ดำเนินโครงการในเขตที่ดินของเอกชนทั้งสิ้น ทั้งนี้ รองเลขาธิการ ศอ.บต. เผยอีกว่า ศอ.บต. ไม่เคยมีเจตจำนงของการทำลายความสุขของประชาชนแม้แต่เพียงเล็กน้อย หากทำแล้วประชาชนอยู่ไม่ดี กินอยู่ไม่ได้ ไม่มีความสุขก็อย่าทำ” วันนี้เราต้องพิจารณาปัญหาเรื่อง แรงงานว่างงาน พัฒนาพืชผลทางการเกษตร ก่อนเป็นลำดับแรก เพื่อยกระดับพี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีอาชีพ รายได้ การศึกษาและคุณภาพชีวิต
นายชนธัญ แสงพุ่ม กล่าวเพิ่มเติมว่าในส่วนของความคิดเห็นที่แตกต่างในชุมชน มองว่าไม่ว่าจะเป็น ศอ.บต. หน่วยงานรัฐ หรือภาคประชาชน เราเปิดโอกาสให้มีการพูดคุยกับทุกภาคส่วน อย่างไรก็ตามวันนี้ถือเป็นการรับฟังความคิดเห็น ที่เป็นแต่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ส่วนที่มีความสำคัญที่สุดไม่ว่าจะเป็นการทำรายงานศึกษาผลกระทบ หรือว่าการออกแบบแนวทางบริหารจัดการร่วมกัน อันนี้ที่อยากให้ทุกภาคส่วน ไม่ว่าคนในพื้นที่ หรือตำบลใกล้เคียง หรือพื้นที่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายวิชาการ ฝ่ายภาคเอกชน มาออกแบบ ออกข้อเสนอร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อน เพราะท้ายสุดไม่ว่าจะเป็น NGO คิด ภาคเอกชนคิด ภาคประชาชนคิด หรือศอ.บตคิด ทุกอย่างต้องไปลงที่ประโยชน์ของประชาชนโดยตรง
ซึ่งวันนี้อาจมีคนที่เห็นต่างอยู่ บางส่วนที่อยากเข้ามารับฟังความคิดเห็นโดยตรง แต่บางส่วนต้องเข้าใจว่า พื้นที่ของสามจังหวัดชายแดนใต้ในอดีตที่ผ่านมา มีความพยายามหลายครั้งที่จะล้มล้างเวที เพื่อไม่ให้สามารถดำเนินการเปิดเผยข้อเท็จจริงของโครงการได้ และไม่สามารถให้โครงการต่างๆที่เป็นโครงการที่ดี และเป็นโครงการพัฒนาชีวิตของประชาชนเดินต่อไปได้ ดังนั้นหากเป็นในแง่ของประชาสังคม ประชาชนหรือ องค์กรสาธารณกุศล หรือ NGO รับฟังและเข้ามาด้วยดี พูดคุยกันอย่างสันติ ทางศอ.บต.ก็ยินดีแต่หากดำเนินการในส่วนของการล้มล้างเวที ก็จะมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายบ้านเมือง เข้าไปดำเนินการต่อ
ซึ่งขณะนี้เรากำลังจะจัดเวทีการเสวนา โดยประสานกับส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคส่วนวิชาการเพื่อที่จะออกรูปแบบการทำงานร่วมกัน ซึ่งการออกแบบเพื่อประชาชนให้ได้รับประโยชน์ เราต้องให้ฝ่ายภาคส่วนมาให้ความคิดเห็น สิ่งสำคัญที่สุดคือรัฐเองก็มีจุดยืนของรัฐ เอกชนก็มีจุดยืนของเอกชน ภาคประชาสังคมก็มีจุดยืนของตนเอง ประชาชนก็มีจุดยืนของตัวเอง แต่จะทำอย่างไรที่จะให้ทุกคนวางข้อมูลอยู่ตรงกลาง และสามารถที่จะให้บริหารจัดการข้อมูลเพื่อทุกฝ่ายสามารถเดินร่วมกันได้
ดังนั้นวันนี้เราไม่ได้มารับฟังความเห็นว่า เห็นด้วยหรือ ไม่เห็นด้วย เป็นการรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเท่านั้น เพื่อนำไปสู่กระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย สิ่งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยก็คงอยู่ในเรื่องของการจัดทำรายงานศึกษาผลกระทบ อันนี้คือสิ่งที่จะบอกว่าภาคเอกชนที่เสนอมาทั้ง 4 แผน อะไรที่ประชาชนไม่อยากให้ทำ อะไรที่ประชาชนบอกว่าทำได้แต่ต้องมีเงื่อนไข เช่นประชาชนพูดถึงการสร้างท่าเรือ ยอมได้แต่ต้องมีการชดเชยเยียวยาในระยะ 1 ปีเป็นต้น

สิ่งที่สำคัญที่สุดวันนี้อุตสาหกรรมไม่ได้ดำเนินการตามอำเภอใจได้ ซึ่งอุตสาหกรรมต้องดำเนินการภายใต้ระเบียบมาตรฐานหรือว่า ISO ต่างๆ ดังนั้นการควบคุมตรวจสอบโดยใช้ ISO หรือมาตรฐานทางอุตสาหกรรม จะเป็นตัวตรวจสอบส่วนหนึ่ง ส่วนที่ 2 การจัดพื้นที่อุตสาหกรรมมันควบคุมได้ง่าย วันนี้จะนะก็มีโรงงานอุตสาหกรรมขึ้น ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศใช้ ความสะเปะสะปะของอุตสาหกรรมมันยากต่อการควบคุม ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เป็นปัญหายากกว่าอีก แต่วันนี้ทางศอ.บต.กับภาคเอกชน พยายามบริหารจัดการให้อยู่ในพื้นที่ที่เดียวกัน เพื่อที่จะควบคุมและจะเป็นการลดปัญหาในเรื่องของสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด เช่นการจัดพื้นที่บ่อบำบัดน้ำเสีย
การจัดพื้นที่ขยะเพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้ง่าย แต่สำคัญกว่านั้น ศอ.บต.กำลังมีแนวคิดให้ข้อเสนอไปทางรัฐบาล นั่นคือการจัดตั้งกรรมการระดับประชาชน ที่จะทำหน้าที่ในการตรวจสอบความเข้มแข็งภาคเอกชน และมีอำนาจในการกำกับติดตามการทำงานภาคเอกชนทุกอย่างโดยศอ.บต.จะมีศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ซึ่งประสานงานกับทางสำนักปลัดสำนักนายก ที่จะทำเรื่องนี้หากประชาชนไปพบเจอสิ่งที่ไม่สบายใจ ก็สามารถแจ้งได้ และเราก็จะได้แก้ไขให้เร็วที่สุด
ซึ่งในวันนี้มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ รวมถึงมีการตรวจกันให้ผู้เข้าร่วมเวทีแสดงความคดเห็นได้เฉพาะผู้อยู่ในพื้นที่ 3 ตำบลที่อยู่ในเขตก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมก้าวหน้าจะนะเท่านั้น







