1. ถึงแม้ว่าราคาน้ำมันมีการปรับลดลง ทำให้ค่าใช้จ่ายและต้นทุนของสินค้าลดลง ส่งผลให้ภาวะเงินเฟ้อลดลงตามไปด้วย แต่ราคาสินค้าและบริการที่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นนั้น ยังคงอยู่ในระดับราคาสูงเช่นเดิม โดยไม่มีการปรับราคาลง จึงเสนอแนะให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องยังคงควบคุมราคาสินค้าและบริการ รวมถึงให้ผู้ประกอบการบางประเภทลดราคาสินค้าและบริการลง เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนให้สอดคล้องกับสภาพที่เป็นจริง
2. ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เศรษฐกิจในภาพรวมยังฟื้นตัวไม่เต็มที่มากนัก ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งยังไม่ฟื้นตัวซึ่งส่วนใหญ่มองว่าค่าใช้จ่ายโดยรวมยังคงสูงขึ้น จากภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น จึงเสนอแนะให้รัฐบาลควรมีมาตราการส่งเสริม สนับสนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น โดยการให้สินเชื่อฟื้นฟูกลุ่มธุรกิจ และกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนเช่น โครงการคนละครึ่งเป็นต้น
3. การเดินทางท่องเที่ยวและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้มีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุที่จะนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน จึงเสนอแนะให้ภาครัฐควรมีมาตรการดูแลป้องกันที่สร้างสรรค์และเป็นรูปธรรม เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะทำให้ประชาชนเกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
ผลคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และรายได้จากการทำงานจะเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 34.70 และ 34.60 ตามลำดับ ส่วนความเชื่อมั่นต่อรายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครัวเรือน และรายจ่ายด้านการท่องเที่ยว ในอีก 3 เดือนข้างหน้า จะเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 36.20 และ 36.70 ตามลำดับ ส่วนความเชื่อมั่นด้านความสุขในการดำเนินชีวิต การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้า จะเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 32.60
37.10 และ 36.20 ตามลำดับ
สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการได้รับจากภาครัฐเป็นของขวัญปีใหม่ คือ 1) โครงการคนละครึ่งเฟส 6 2) การลดค่าไฟฟ้า และสาธารณูปโภค และ 3) การเพิ่มเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุ ในส่วนของปัญหาที่ประชาชนต้องการได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐคือ 1) การช่วยเหลือและเยียวยาให้กับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในภาคใต้2) การเพิ่มรายได้ให้กับผู้ที่มีรายได้น้อย และ 3) การช่วยเหลือภาระหนี้สินของประชาชน