ดร.วัชรินทร์ กล่าวว่า ตนและทีมงานเข้าร่วมนำเสนอผลงานวิจัยภาคโปสเตอร์ ในกลุ่มวิทยาศาสตร์ 2 ผลงาน และกลุ่มเทคโนโลยี 1 ผลงาน ดังนี้ กลุ่มเทคโนโลยี บทความเรื่อง “การใช้แคลเซียมคาร์บอเนตและซิลิกาทดแทนเขม่าดำบางส่วนเพื่อให้มีพลังงานสูญหายในระดับเดียวกันของยางธรรมชาติวัลคาไนซ์” โดย สุไหลหมาน เบญฤทธิ์ และ วัชรินทร์ สายน้ำใส กลุ่มวิทยาศาสตร์ 1. บทความเรื่อง “อิทธิพลของปริมาณแคลเซียมคาร์บอเนตต่อการผ่อนคลายความเค้นของยางธรรมชาติคอมพาวนด์โดยใช้เครื่องทดสอบความหนืดมูนนี่” โดย ฮัปเสาะห์ มะเด็ง และ วัชรินทร์ สายน้ำใส 2. บทความเรื่อง “การประยุกต์ใช้วิธีการพื้นผิวตอบสนองในการออกสูตรยางคอมพาวนด์ : กรณีศึกษาผลของปริมาณเอ็มบีทีเอสและปริมาณกำมะถัน” โดย ธีราพร หมุดกะเหล็ม กาญจนา หนูจีน และ วัชรินทร์ สายน้ำใส ในการนี้ ผลงานวิจัยเรื่อง การใช้แคลเซียมคาร์บอเนตและซิลิกาทดแทนเขม่าดำบางส่วนเพื่อให้มีพลังงานสูญหายในระดับเดียวกันของยางธรรมชาติวัลคาไนซ์ ได้รับรางวัลการนำเสนอผลงานวิจัย ภาคโปสเตอร์ ระดับดี กลุ่มเทคโนโลยี
งานวิจัยดังกล่าว เป็นการศึกษาการใช้แคลเซียมคาร์บอเนตและซิลิกาทดแทนเขม่าดำบางส่วนในยางธรรมชาติวัลคาไนซ์ เพื่อให้มีพลังงานสูญหายในระดับเดียวกันกับยางธรรมชาติที่ผสมเขม่าดำปริมาณ 40 phr โดยใช้เขม่าดำเกรด N550 เป็นสารตัวเติมร่วมกับแคลเซียมคาร์บอเนตและซิลิกาเกรด Hi-Sil 233 แล้วใช้เส้นแนวโน้มทำนายปริมาณที่เหมาะสมของแคลเซียมคาร์บอเนตและซิลิกา พบว่ายางธรรมชาติผสมเขม่าดำเกรด N550ปริมาณ 30 phr ร่วมกับแคลเซียมคาร์บอเนตและซิลิกาเกรด Hi-Sil 233 ปริมาณ 41.31 และ 39.36 phr ตามลำดับ มีพลังงานสูญหายรวมในระดับเดียวกับยางธรรมชาติที่ผสมเขม่าดำเกรด N550 เพียงอย่างเดียวในปริมาณ 40 phrโดยที่ยางธรรมชาติผสมเขม่าดำเกรด N550 ปริมาณ 10, 20 และ 30 phr สามารถทดแทนด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตปริมาณ 94.38, 62.07 และ 41.31 phr ตามลำดับ ซึ่งผลการวิจัยนี้จะเป็นประโยชน์และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมยางต่อไป




ข่าวโดย/ ลัดดา เอ้งเถี้ยว (นักประชาสัมพันธ์ มรภ.สงขลา)