สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายจะร่วมกันศึกษาทดลองในสัตว์เศรษฐกิจ เพื่อการเรียน การสอนและวิจัย โดยอาศัยวิทยากร ผู้ชำนาญการ และอาจารย์พิเศษ ในการถ่ายทอดวิชาการ และประสบการณ์จากมหาวิทยาลัยและบริษัทซึ่งมีความเชี่ยวชาญ อีกทั้งร่วมกันพัฒนาหลักสูตรการเรียน การสอน เพื่อให้สอดคล้องกับภาคปศุสัตว์และสัตว์น้ำในปัจจุบัน รวมไปถึงการศึกษาและวิจัย พัฒนาองค์ความรู้ด้านสัตวแพทย์บริการ และติดตามภาวะโรคระบาดในพื้นที่ภาคใต้ ในส่วนของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีคณะสัตวแพทยศาสตร์เป็นหน่วยงานหลัก ซึ่งการดำเนินงานของแต่ละโครงการจะมีการตกลงกันในรายละเอียดต่อไป โดยบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้มีกำหนด 3 ปี นับแต่วันลงนาม
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อนวัตกรรมและสังคมที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการ และเป็นกลไกหลักในการพัฒนาภาคใต้และประเทศไทย ทั้งนี้ ความเป็นเลิศทางวิชาการเพื่อประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์จะเกิดขึ้นได้ด้วยเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง ซึ่งคณะสัตวแพทยศาสตร์ เป็นหน่วยงานของมหาวิทยาลัยที่มีความพร้อมทั้งในด้านองค์ความรู้ บุคลากร และหน่วยงานภายในคณะทั้งศูนย์ คลินิกและโรงพยาบาลสัตว์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ซึ่งการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในวันนี้จะเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาความร่วมมือที่ให้เกิดผลสัมฤทธิ์กับทุกด้านต่อไปในอนาคต อันเป็นประโยชน์แก่มหาวิทยาลัย บริษัทซีพีเอฟ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ชุมชนและสังคมในภาคใต้และประเทศไทยอีกด้วย

รองศาสตราจารย์อุษา เชษฐานนท์ กล่าวถึงความพร้อมว่า “คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เครือมือ อุปกรณ์ และสถานที่เพื่อให้บริการทางวิชาการแก่สังคมทั้งด้านการเรียนการสอน คณะได้เปิดรับนักศึกษารุ่นแรกในปีการศึกษา 2558 โดยรับนักศึกษาชั้นปีละประมาณ 25 คน ซึ่งปีการศึกษา 2562 จะมีนักศึกษาทุกชั้นปีรวม 120 คน และมีโควตาสำหรับทายาทเกษตร/สัตวแพทย์ ปีละ 2 คน อีกทั้งยังมีโรงพยาบาลสัตว์ เปิดให้บริการรักษาสัตว์ 7 วันต่อสัปดาห์ ให้การรักษาพยาบาลด้วยรถคลินิกเคลื่อนที่ และโรงพยาบาลปศุสัตว์และม้า พร้อมที่พักสัตว์ป่วย ซึ่งตั้งอยู่บริเวณส่วนขยายของวิทยาเขตหาดใหญ่ ณ ตำบลทุ่งใหญ่ รวมไปถึงกำลังดำเนินการเปิดศูนย์ผ่าซากและชันสูตรโรคสัตว์ ซึ่งประกอบด้วยห้องปฏิบัติการต่างๆ เพื่อสนับสนุนด้านการเรียนการสอน งานวิจัยและบริการวิชาการทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยอีกด้วย”

ด้านนายเรวัติ หทัยสัตยพงศ์ กล่าวว่า “บริษัท ซีพีเอฟ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยก่อนหน้านี้มหาวิทยาลัยและบริษัทมีความร่วมมือและช่วยเหลือกันในหลากหลายด้านอย่างสม่ำเสมอ จนทำให้เกิดการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือในวันนี้ ซึ่งจะเป็นความร่วมมืออย่างเป็นทางการ เพื่อประโยชน์ของทั้งมหาวิทยาลัยและบริษัท ตามวัตถุประสงค์ที่ได้หารือร่วมกัน ทั้งนี้ทางบริษัทจะดำเนินการตามสิ่งที่บริษัทยึดถือ นั่นคือ 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน โดยจะคิดถึงประโยชน์ของประเทศชาติ ของประชาชน และของตนเอง ดังนั้น ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย ก็จะส่งผลประโยชน์ให้เกิดกับทั้งชุมชนและสังคมมหาวิทยาลัย ซึ่งทั้งที่เป็นนักศึกษา คณาจารย์และบุคลากร และบริษัทเพื่อทำประโยชน์ในด้านอื่นๆต่อไป”





