สำหรับการหารือในครั้งนี้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมาย อาทิ ผศ.ดร. นิอร สิริมงคลเลิศกุล อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ให้ข้อมูลสถานการณ์จากทางภาคเหนือ โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงราย การร่วมตัวการทำงานอย่างจริงจังของภาคเอกชนในการรับมือ PM 2.5 รวมถึงผลกระทบด้านสุขภาพซึ่งการได้รับฝุ่นเป็นเวลายาวนาน จะส่งผลให้เกิดโรคทางเดินหายใจ ระบบหลอดเลือก COPR และโรคตา คุณนิศานาถ รัตนนาคินทร์ ตัวแทนเครือข่ายอากาศสะอาด มีการร่างกฎหมายอากาศสะอาดเพื่อการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน คุณมงคลชัย ดวงแสงทอง ผู้ก่อตั้งสมาคมยักษ์ขาว กล่าวสนับสนุนการทำงานเพื่อรับมือกับฝุ่น PM 2.5 ในฐานะภาคเอกชน ที่เล็งเห็นถึงปัญหาสุขภาพซึ่งประชาชนไม่สามารถนิ่งนอนใจ ร่วมกันจับมือกับเครือข่าย 8 สถาบัน อันได้แก่ มหาวิทยาลุยราชภัฎเชียงราย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา สภาอุตสาหกรรม จังหวัดเชียงราย ( สอท.) หอการค้าจังหวัดเชียงราย ชมรมธนาคารจังหวัดเชียงราย กลุ่มจิตอาสาวิจัยและพลังงานเพื่อการจัดการภัยพิบัติ (ERIG) PLAN INTERNATIONAL และ RESEARCH & INNOVATION FOR SUSTAINABILITY CENTER ในการผลิตเครื่องวัดฝุ่นละออง PM 2.5 การใช้ธงสุขภาพ 5 สี และการเรียนรู้สู่ฝุ่นอยากปลอดภัยเริ่มต้นในโรงเรียนด้วยการจัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่น (Safe Zone)
ด้านภาคีเครือข่ายในจังหวัดสงขลา อาทิ คุณลัภย์ หนูประดิษฐ์ ปราชญ์ชุมชนและตัวแทนภาคประชาชนจากชุมชนคลองหวะ ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลที่ประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจ และยังคงทำกิจกรรมอย่างปกติ ในช่วงวันที่ 17 กันยายน 2562 ที่หาดใหญ่เองได้รับผลกระทบด้านฝุ่นควันอย่างมาก นายแพทย์บุญชัย พิริยะกิจกำจร รองผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 12 สงขลา ให้ข้อมูลด้านสุขภาพและเตือนประชาชนในการใช้หน้ากาก N 95 หรือ N99 ที่ถูกต้อง โดยต้องแนบ สนิท ไม่มีช่องให้ฝุ่นเข้ามิฉะนั้นก็ไม่สามารถกันฝุ่นได้จริง และผลกระทบด้านสุขภาพต้องติดตามในระยะยาวคุณปกรณ์ ปรีชาวุฒิเดช ผู้จัดการสาขาภาคใต้ตอนล่าง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ( DEPA ) ให้ข้อมูลในการกระจายเครื่องตรวจวัดอากาศ การที่เครือข่ายภาคเอกชนตื่นตัวในการผลิตเครื่องตรวจวัดฝุ่นถือเป็นนวัตกรรมที่ดี และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปุณยนุช รุธิรโก คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ในบทบาทมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ดำเนินการภายในมหาวิทยาลัยตรวจวัดค่าฝุ่น PM 2.5 และสื่อสารข้อมูลแก่นักศึกษา เจ้าหน้าที่ และบุคลากร ในการระวังและป้องกันอย่างต่อเนื่อง และยินดีอย่างยิ่งในการผสานความร่วมมือ เป็นเครือข่ายในการขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และชุมชน การรับมือด้านสุขภาวะจากฝุ่น PM 2.5 และผลกระทบต่างๆ ถือเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันและระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

