กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงติดตามการดำเนินโครงการพัฒนาเด็กฯนโรงเรียนตชด.บ้านสำนักเอาะ สะบ้าย้อย
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงติดตามการดำเนินโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนตามพระราชดำริ ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน พื้นที่จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 21-22 กันยายน 2564 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์)
(21 ก.ย. 64) เวลา 09.00 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ วังสระปทุม ทรงติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านสำนักเอาะ ตำบลเขาแดง อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์) โดยมี นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายพงศ์ทิพย์ กลัมพะสุต ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสงขลา พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 พลตำรวจโท รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พลตำรวจตรี พันธุ์พงษ์ สุขศิริมัช รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ ที่ตั้ง ตามมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
จากนั้น ครูใหญ่กราบบังคมทูลรายงานข้อมูลพื้นฐาน และผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาตามพระราชดำริฯ นักเรียนในพระราชานุเคราะห์กราบบังคมทูลรายงานผลการเรียน สมาชิกชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านสำนักเอาะ กราบบังคมทูลรายงานผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา
โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านสำนักเอาะ สังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน พื้นที่รับผิดชอบของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 จังหวัดสงขลา จัดตั้งและเปิดสอนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2518 ปัจจุบันเปิดสอนนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยในปีการศึกษา 2564 มีนักเรียน 288 คน ครู ตชด. 8 นาย ครูอัตราจ้าง 8 คน ครูจิตอาสา 2 คน
ตั้งแต่ปีการศึกษา 2560 ถึงปัจจุบัน ได้ดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ ส่งผลให้นักเรียนได้รับการพัฒนาทางด้านสุขภาพอนามัย การศึกษา คุณภาพชีวิต พฤติกรรมด้านคุณธรรมและจริยธรรม ศักยภาพทางอาชีพ ศักยภาพในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศักยภาพในการอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยศิษย์เก่าที่จบการศึกษาไปแล้ว ได้จัดตั้งชมรมศิษย์เก่าฯ ดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือโรงเรียน เช่น ซ่อมแซมอาคาร ปรับปรุงภูมิทัศน์รอบโรงเรียน และพัฒนาแปลงเกษตร
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการสาธิตการสอนวิชาสุขศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เรื่องฟันของเรา สืบเนื่องจากนักเรียนยังมีปัญหาเรื่องการปวดฟัน เนื่องจากไม่เห็นความสำคัญของการแปรงฟัน ซึ่งครู ได้นำสื่อการเรียนการสอน คือ โมเดลฟันเสมือนฟันจริงมาใช้ในการสอน พร้อมทั้งใช้เพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวิธีการแปรงฟันที่ถูกต้อง ทำให้นักเรียนสามารถบอกหน้าที่ของฟัน เข้าใจสาเหตุที่ทำให้ฟันผุ สามารถจดจำความสำคัญ และการแปรงฟันอย่างถูกวิธีได้เร็ว ทอดพระเนตรกิจกรรมการเรียนการสอนระดับชั้นอนุบาลเรื่องสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก เกี่ยวกับสีที่ได้มาจากพืชสมุนไพร เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้เรื่องสีจากพืช โดยครูให้นักเรียนนำใบเตย ดอกอัญชัญ มาขยำกับน้ำให้เกิดสี และบอกว่าสีจากพืชต่างๆ เหล่านี้ เป็นสีอะไร สามารถนำมาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง เช่น การประกอบอาหาร จากนั้นให้ทำใบงานโดยการระบายสี ส่งเสริมในการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
จากนั้นทอดพระเนตรกิจกรรมห้องสมุด ห้องสมุดโรงเรียนนี้ มีหนังสือทั้งหมด 5,245 เล่ม ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งมีการจัดการเรียนการสอนแบบเรียนที่บ้าน ทางโรงเรียนจึงมีการจัดกิจกรรมห้องสมุดเคลื่อนที่ โดยนำไปให้นักเรียนยืมอ่านเป็นเวลา 3 วัน แล้วนำหนังสือเล่มใหม่ไปให้ยืมอ่านต่อ จากการบันทึกการอ่าน นักเรียนส่วนใหญ่มักชอบอ่านหนังสือนิทาน ทำให้นักเรียนมีความสนใจในการอ่าน ช่วยกระตุ้นจินตนาการ และส่งเสริมการรักการอ่าน
สำหรับกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน มีสมาชิกจำนวน 500 คน เงินหุ้น 40,960 บาท โรงเรียนได้กำหนดให้มีกิจกรรมร้านค้าขายสินค้า กิจกรรมบันทึกการขายสินค้า และทำบัญชีรายรับรายจ่าย โดยให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติ และนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ในด้านการเขียนหนังสือ การบัญชี การฝึกคิดเลข และทักษะอื่นๆ ภายในสหกรณ์ ได้จำหน่าย เครื่องเขียน อุปกรณ์การเรียน สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าทางการเกษตร สำหรับกิจกรรมห้องพยาบาล ส่วนใหญ่นักเรียนที่เข้าใช้บริการ มักจะเป็นไข้หวัด ปวดท้องจุกเสียด และอุบัติเหตุหกล้ม ทำการปฐมพยาบาล หากเกินความสามารถ จะนำส่งไปที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลสำนักเอาะ
จากนั้นทอดพระเนตรกิจกรรมประกอบเลี้ยงอาหารกลางวัน และอาหารเสริมนม ทางโรงเรียนได้จัดทำอาหารครบ 5 หมู่ ตามปริมาณที่กำหนด และสอดคล้องกับการเกษตร มีผู้ปกครองนักเรียนหมุนเวียนมาประกอบอาหารกลางวันทุกวัน ส่วนอาหารเสริม คือ นมผงพระราชทานได้แจกจ่ายให้นักเรียนไปทานที่บ้าน และในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทางโรงเรียนนำปิ่นโตพระราชทานบรรจุอาหารเพื่อนำไปส่งให้นักเรียนที่บ้าน ใน เวลา 11.00 น. และรับคืน เวลา 16.00 น. เพื่อส่งเสริมการรับประทานอาหารกลางวัน
สำหรับกิจกรรมการงานอาชีพนักเรียน ได้มีการสาธิตทำไข่เค็มสมุนไพร โดยใช้ไข่ไก่ที่เหลือจากการประกอบอาหารกลางวัน และสาธิตการเพ้นท์กระเป๋าผ้าด้วยสีอะคริลิค และนำไปจำหน่ายในสหกรณ์โรงเรียน โดยโรงเรียนได้ส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้อาชีพเสริม และอาชีพการเกษตรอย่างครบวงจร ตั้งแต่การผลิตที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม การนำผลผลิตไปใช้ประโยชน์ การจัดทำบัญชี งานอาชีพที่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย ตลอดจนมีลักษณะนิสัยและคุณธรรม จริยธรรมตามหลัก และอุดมการณ์สหกรณ์
ในส่วนของกิจกรรมการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ได้มีการสาธิตการปลูกผัก และไม้ผล เช่น คะน้า ผักกาด พริก กิจกรรมปศุสัตว์ การเลี้ยงไก่ไข่ กิจกรรมประมง การเลี้ยงปลานิล ปลาดุก เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการปลูกการดูแล และนำไปประกอบอาหารกลางวัน ซึ่งมีผลผลิตเพียงพอ และเหลือนำไปจำหน่ายที่สหกรณ์ ส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วม ในการดูแล เพื่อขยายการพัฒนาจากโรงเรียนสู่ชุมชน นอกจากนี้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการฝึกอบรม ปลูกผัก ไม้ผล การแต่งดิน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จากนั้น ทอดพระเนตรกิจกรรมการอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น การแสดงมโนราห์ของนักเรียน ซึ่งครูได้ฝึกฝนให้นักเรียนรำมโนราห์ที่เป็นเอกลักษณ์ วัฒนธรรมของภาคใต้ ฝึกฝนโดยมีปราชญ์มโนราในแขนงต่างๆ ทั้งด้านดนตรี ท่ารำ มาฝึกสอนให้กับนักเรียน
โอกาสนี้ มีพระราชดำรัส ให้จังหวัดสงขลาจัดสรรวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 ให้นักเรียนอย่างเพียงพอ ให้นักเรียนปัจจุบัน และนักเรียนที่จบการศึกษา และออกไปศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา ให้หมั่นตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเพื่ออนาคตที่ดี ให้ชมรมศิษย์เก่า และทุกหน่วยงานร่วมมือกันแก้ปัญหา เพื่อช่วยเหลือนักเรียนและชาวบ้านให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี โดยเฉพาะในช่วงที่มีโรคระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19
ฟารีด้า รอดกุบ // ข่าว วิทยา สันบู -โปรดปราน บุญธรรม // ภาพ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา