การฟัง,วิชาภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมจีนและวิชาสำนวนจีน ดูเหมือนว่าแต่ละวิชาดูแล้วมียากบ้างง่ายบ้างต่างกันออกไปแต่ผมอยากบอกว่าทุกวิชาสามารถนำไปใช้งานได้จริงและเป็นประโยชน์มากในสายวิชาชีพที่ต้องใช้ภาษาจีนในการสื่อสาร วิชาที่ผมชอบคือวิชาการพูดในที่ประชุมและวิชาการฟังทำให้การเรียนในภาคเรียนนี้ผมเรียนอย่างมีความสุขและสนุกพร้อมที่จะรับข้อมูล
ภาคเรียนที่สองเป็นเวลาที่ทำให้ผมรู้เลยว่าภาษาจีนของตนเองได้พัฒนาแล้ว สามารถฟังเข้าใจมากขึ้น พูดสื่อสารในชีวิตประจำวันและดำเนินการต่างๆได้คล่องขึ้น จนได้มีโอกาสเป็นตัวแทนนักเรียนไทยเข้าร่วมกิจกรรมการพูดได้แสดงศักยภาพบนเวทีเนื่องในวันกิจกรรมและวันสำคัญต่างๆของมหาวิทยาลัยซึ่งจะมาเพื่อนชาวเกาหลีเวียดนามและอื่นๆที่เข้าร่วม.ก่อนขึ้นเวทีผมก็รู้สึกกดดันและตื่นเต้นมากเพราะภายในหอประชุมเต็มไปด้วยผู้ชมมากมายอีกทั้งเป็นนักเรียนและอาจารย์ชาวจีนแต่ผมก็พยายามที่จะขจัดความกลัวออกและไม่ให้ตื่นเต้นพยายามคิดถึงหน้าตาตนเองและมหาวิทยาลัยและนักเรียนไทย
ทุกอย่างผ่านมาได้ด้วยดี ห้องเรียนกับบรรยากาศ: เนื่องจากประเทศจีนเป็นประเทศที่มีครบ 4 ฤดูกาล
ผมมาถึงประเทศจีนในช่วงเข้าสู่ฤดูหนาว.ผมชอบเรียนบรรยากาศในห้องเรียนมากที่สุดตรงช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนเพราะเข้าสู่ฤดูหนาวเต็มตัว โดยส่วนตัวผมชอบฤดูหนาว เพราะจะได้ใส่ชุดหนาๆสร้างความอบอุ่นในห้องเรียนและทำกิจกรรมในห้องเรียนได้อย่างเต็มที่เพื่อสร้างความอบอุ่น และอีกอย่างคือไม่ต้องอาบน้ำบ่อยด้วย ได้ประหยัดค่าน้ำไปในทางหนึ่ง
และที่สำคัญเพื่อนในห้องทุกคนเงียบและตั้งใจฟังอาจารย์อย่างนิ่งๆ อย่างน่าประหลาดใจเพราะความหนาวเย็น。สามารถแต่งตั้งให้ฤดูนี้เป็นฤดูแห่งความตั้งใจเรียน. อาจารย์สอนอย่างเต็มที่ทั้งให้ความรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนแก่นักศึกษาไทย
มหาวิทยาลัยครูกว่างซี วิทยาเขตหวางเฉิง เป็นวิทยาเขตเก่าแก่ ว่ากันว่าเคยเป็นราชวังเก่า ก่อนที่จะเข้าไปต้องแสดงบัตรนิสิตถ้าไม่มีต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเยี่ยมชม ของเมืองกุ้ยหลินที่บรรยากาศแสนจะร่มรื่น เงียบสงบ เหมาะแก่การอ่านหนังสือ ช่วงก่อนสอบ ผมมักพาหนังสือวิชาจีนโบราณมาอ่าน ได้อารมณ์สุดๆ.
อาจารย์ที่ปรึกษาและการจับคู่บัดดี้ชาวจีน:
อาจารย์ที่ปรึกษาของผมคอยให้คำแนะนำและดูแลพฤติกรรมพวกเราที่มาจาก ม ทักษิณหลายเรื่องยุ่งๆที่ไม่เข้าใจก็ได้อาจารย์คอยให้ความช่วยเหลือและให้คำแนะนำได้อย่างดี นอกจากนี้อาจารย์ได้จัดบัดดี้จีนให้กับพวกเรา ทำให้ผมได้มุมมองเเลกเปลี่ยนความคิดและภาษาซึ่งเป็นประโยชน์มากทำให้ผมพัฒนาทักษะภาษาจีนได้ดีขึ้นและเร็วขึ้น.
เพื่อนต่างชาติและมิตรภาพ:
เนื่องจากมหาวิทยาลัยครูกว่างซีเป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพด้านการเรียนการสอนแห่งหนึ่งของจีนมีการสร้างความสัมพันธ์กับหลายประเทศทุกทวีปทั่วโลกทำให้นักศึกษาชาติต่างๆได้มีโอกาสและสนใจที่จะเข้ามาศึกษาภาษาและวัฒนธรรมจีน ณ มหาวิทยาลัยครูกว่างซีแห่งนี้ จนมีการก่อตั้งวิทยาลัยนานาชาติขึ้นมา ซึ่งเป็นตึกเรียนรวมที่ผมเรียนทุกวันโดยรวบรวมหลักสูตรการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษาต่างชาติ ตั้งแต่ระดับชั้นปริญญาตรี-ปริญญาเอก .ซึ่งปกติแล้วผมได้อยู่กับรูมเมทชาวโปแลนด์ตั้งแต่วันแรก นับเป็นโอกาสดีอีกทางหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพทางด้านภาษาอังกฤษของผม และทัศนคติใหม่ๆที่ดีในการดำรงชีวิตกับสังคมที่แตกต่าง กับเพื่อนต่างชาติที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ได้มาแลกเปลี่ยนความคิดกันอย่างเข้าใจ. ,นอกจากรูมเมทชาวโปแลนด์แล้ว. ผมก็ไม่พลาดโอกาสที่จะผูกมิตรกับเพื่อนอีกหลายๆชาติมากมายไม่ว่าจะเป็น เพื่อนชาวไนจีเรียจากทวีปแอฟริกาซึ่งมาความเป็นมิตรมาก มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน เพื่อนชาวรัสเซีย ซึ่งทำให้ผมชอบภาษารัสเซียมากขึ้น ได้สอนผมเรียนภาษารัสเซียทำให้ผมมีพื้นฐานภาษารัสเซียขึ้นอีกระดับหนึ่งจนสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้และสื่อสารระดับพื้นฐานได้ ซึ่งเป็นสิ่งใหม่ที่แสนจะคุ้มค่าสำหรับผมมากในการมาศึกษาครั้งนี้ นักศึกษาต่างชาติที่เยอะที่สุดคือนักศึกษาชาวเวียดนาม รองลงมาก็คือนักศึกษาไทยเราและอินโดนีเซียตามลำดับ.

วันปิดภาคเรียนหรรษากับการอยู่กับครอบครัวชาวจีน.
เป็นวันปิดเทอมแรกของมหาวิทยาลัยในจีน ซึ่งเป็นเวลา 2 เดือนผมได้มีโอกาสได้ไปอยู่กับครอบครัวชาวจีน ณ มณฑลยูนนานซึ่งเป็นครอบครัวของบัดดี้ชาวจีนของผมเอง อยู่ในเมืองหลานชาน เป็นเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งในมนฑลยูนนานทางตอนใต้ของจีน มาโดยการโดยสารเครื่องบินภายในประเทศซึ่งบัดดี้ชาวจีนได้ทำการจองตั๋วล่วงหน้าไปแค่คนละ200หยวน (หรือราว1,000บาท)ไทย .ไปถึงบ้านเพื่อนวันแรกก็เป็นธรรมดาที่ไม่คุ้นชินกับผู้คนบรรยากาศแต่พ่อและแม่บัดดี้ก็ใจดีมาก ท่านต้อนรับอย่างอบอุ่น พวกเขาใจดีมากที่ผมมาเที่ยวและใช้ชีวิตอยู่กับพวกเขาในช่วงปิดเทอม. ผมรู้สึกประทับใจมาก" ด้วยคำพูดที่ว่า “อยู่เหมือนบ้านตนเอง เพื่อนลูกก็รักเหมือนลูก ดูแลกันและกัน" ตลอดช่วงปิดเทอมผมใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างโดยได้สัมผัสจริงๆ กับชีวิต สังคมและวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของผู้คนที่นั่น,ส่วนใหญ่จะเป็นชนกลุ่มน้อยหลายชนเผ่าที่อยู่รวมกัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไต่ ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยที่พูดไทยได้เปะมากก,ช่วงที่ผมชอบมากที่สุดคือ ก่อนวันปีใหม่จีน" ชุนเจี๋ " ประมาณช่วงเดือนกุมพาพันธ์ ล้ำค่าในการได้เรียนรู้ภาษาถิ่นที่นั่นและสัมผัสชีวิตและความเป็นอยู่จริงๆของชนกลุ่มน้อย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ล้ำค่ามากสำหรับผม. สุดท้ายขอบคุณมหาวิทยาลัยทักษิณ วิชาเอกภาษาจีนที่มีโครงการดีๆแบบนี้ขึ้นมา ตลอด1ปีที่ผ่านมาผมไม่เพียงแต่ไดเรียนรู้เกือกทุกอย่างของสังคมวัฒนธรรมจีนเท่านั่น. ยังได้มิตรภาพกับเพื่อนต่างชาติต่างภาษาและต่างวัฒนธรรมได้มาอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนและเข้าใจกันได้ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมประทับใจมาก และเป็นความทรงจำที่แสนพิเศษและคุ้มค่าที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้และได้เข้ามาศึกษา ณ มหาวิทยาลัยครูกว่างซีแห่งนี้.





หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่กำลังตัดสินใจไปเรียนต่างประเทศหรือไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศจีนนะครับ
เล่าเรื่องโดย
นาย ภาวิต หมัดแกแรต หลักสูตรภาษาจีน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยทักษิณ.