วินาทีที่ฟื้นขึ้นมาแล้วพบว่า...
ตื่นแรกหลังการผ่าตัด พี่นวลพรรณไม่รู้หรอกว่าได้รับการผ่าตัดไปแบบใด เพราะแผลผ่าตัดโดนห่อหุ้มไว้อย่างแน่นหนา แต่เธอก็พอจะสันนิษฐานได้ว่า น่าจะได้รับการผ่าแบบสงวนเต้า เพราะหากผ่าทั้งเต้าน่าจะต้องมีสายระบายน้ำเลือดน้ำหนองต่อจากแผลของเธอเป็นแน่แท้ ก็ทำใจได้แล้วว่า เราคงไม่เป็นอะไรมาก
พี่นวลพรรณเข้ารับการฉายแสงเช่นกัน แต่ขออนุญาตไม่รับเคมีบำบัดเนื่องจากกลัว ในเมื่อไม่มีใครยืนยันได้ 100% ว่า การรับยาเคมีบำบัดจะไม่ทำให้มะเร็งกลับมาอีก พี่นวลพรรณจึงตัดสินใจแน่วแน่ในทางที่เธอเลือก และปัจจุบัน กระบวนการรักษาของเธอเสร็จสิ้นมาครบ 5 ปี แล้ว และยังคงหาหมอตามนัดทุก 6 เดือน
แม้ปัจจุบันทั้ง 2 ท่านอยู่ในระยะปลอดโรคแล้ว แต่ความเข้าใจทั่วไปที่ไม่ถือว่าผิดคือ การรักษามะเร็งเต้านมด้วยวิธีการผ่าตัดแบบสงวนเต้า มีความเสี่ยงที่จะมีโอกาสกลับมาเป็นมะเร็งได้อีกเช่นกัน เพราะยังคงหลงเหลือเต้าอยู่ หรือหากในระหว่างการผ่าตัด คว้านเอาเนื้อร้ายออกไปไม่หมด มะเร็งก็อาจไปโผล่ที่จุดอื่นได้อีกในภายหลัง กระนั้นก็ตาม การฟังคำแนะนำของคุณหมอเป็นสิ่งที่ผู้มีประสบการณ์ทั้ง 2 ท่านแนะนำ เพราะหมอจะรู้ดีว่า มีทางเลือกใดบ้างที่เหมาะสมกับระยะและชนิดของมะเร็งที่พบ รวมทั้งปัจจัยเฉพาะตัวของผู้ป่วยแต่ละราย และหากเรากลัวหรือปฏิเสธการรักษาบางอย่าง ก็ควรทำความเข้าใจความเป็นไปได้ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดกับตัวเราด้วย
กัลยา โรจนวานิชกิจ : จิตอาสา ชมรมนมเย็น (เพื่อนช่วยเพื่อนมะเร็งเต้านม)
นวลพรรณ เฝือชาติ : จิตอาสา ชมรมนมเย็น (เพื่อนช่วยเพื่อนมะเร็งเต้านม)
บทความชุดความรู้จากประสบการณ์ของสมาชิกชมรมนมเย็น (เพื่อนช่วยเพื่อนมะเร็งเต้านม)
โครงการพัฒนาสื่อสุขภาพด้านการดูแลตนเองจากประสบการณ์ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม กลุ่มอาสาสมัครศูนย์ถันยเวชช์ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
สนับสนุน โดยสถานวิจัยการควบคุมโรคมะเร็งในประเทศไทย