Gimyong Logo

แหล่งข่าวสารและบทความสำหรับชาวหาดใหญ่-สงขลา

© 2005 - 2026 เว็บกิมหยง • สงวนลิขสิทธิ์
บันทึกการเปลี่ยนแปลงv20.61นโยบายความเป็นส่วนตัว
Gimyong Logo
หน้าแรกเว็บบอร์ดกิจกรรมหางานข่าวสาร
เข้าสู่ระบบ
หน้าแรกเว็บบอร์ดกิจกรรมหางานข่าวสาร
เข้าสู่ระบบ

สคร.12 สงขลา เตือน ไอกรนโรคร้าย เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

คอลัมน์แนะนำ
15 พ.ย. 2566

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา (สคร.12 สงขลา) เตือน โรคไอกรนอันตรายถึงตาย เน้นย้ำ ผู้ปกครองพาบุตรหลานไปรับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่กำหนด หากมีอาการไข้ต่ำๆ มีน้ำมูก ไอผิดปกติ ไอเป็นชุดๆ ติดต่อกัน 5-10 ครั้ง หรือมากกว่านั้น จนทำให้หายใจไม่ทัน หายใจมีเสียงดังวู๊ป ระวังป่วยด้วย “โรคไอกรน” ให้รีบไปพบแพทย์


นายแพทย์เฉลิมพล โอสถพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา กล่าวว่า ประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยโรคไอกรนในระบบรายงาน 506 ข้อมูลตั้งแต่ 1 มกราคม – 9 พฤศจิกายน 2566 ทั้งหมด 57 ราย เสียชีวิต 1 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ ต่ำกว่า 1 ปี (ร้อยละ 43.86) สำหรับเขตสุขภาพที่ 12 พบผู้ป่วยยืนยัน 45 ราย ปัตตานี 39 ราย นราธิวาส 4 ราย และสงขลา 2 ราย เสียชีวิต 1 ราย ในจังหวัดปัตตานี

โดยพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคไอกรน ทั้งนี้ ในพื้นที่ที่มีการระบาด ความครอบคลุมของวัคซีน DTP3 (คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน) เพียงร้อยละ 62 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ร้อยละ 90 จึงจะเกิดภูมิคุ้มกันระดับชุมชนได้ โรคไอกรน เป็นโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย (B.pertussis) ทำให้มีการอักเสบของเยื่อบุทางเดินหายใจ ติดต่อง่ายจากการไอ จาม สัมผัสกับสารคัดหลั่งและเครื่องใช้ของผู้ป่วย ส่วนใหญ่พบการติดเชื้อในเด็ก และพบในเด็กที่ยังไม่ได้รับวัคซีนหรือรับแล้วแต่ยังไม่ครบ ซึ่งอาการของโรคไอกรนในเด็กอาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ อาการของโรคจะแสดงหลังจากรับเชื้อเฉลี่ย 7-10 วัน นานสุด 20 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้ต่ำๆ มีน้ำมูก และไอต่อเนื่องประมาณ 1 สัปดาห์

จากนั้นจะเริ่มแสดงอาการสำคัญของโรคคือ ไอเป็นชุด ๆ ถี่ ๆ ติดกัน 5-10 ครั้งหรือมากกว่านั้น จนทำให้ผู้ป่วยหายใจไม่ทัน จึงหยุดไอ และพยายามหายใจเข้าลึก ๆ และมีเสียงดังวู๊ป สลับกับการไอเป็นชุด ทั้งนี้อาการดังกล่าวอาจเป็นเรื้อรังนาน 2-3 เดือน นายแพทย์เฉลิมพล กล่าวเพิ่มเติมว่า หากพบผู้ป่วยโรคไอกรน ควรแยกผู้ป่วยเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ยังฉีดวัคซีนไม่ครบ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ในผู้สัมผัสโรคควรสังเกตว่า มีอาการไอ หรือไม่ ติดตามอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ส่วนเด็กที่สัมผัสโรคใกล้ชิดควรไปรับคำปรึกษาจากแพทย์ การเกิดไอกรน ในเด็กส่วนใหญ่ เด็กจะได้รับเชื้อจากผู้ใหญ่ที่ป่วยและมีอาการไอ ซึ่งผู้ใหญ่มักไม่ไปพบแพทย์ เนื่องจากอาการไม่รุนแรง ทำให้แพร่เชื้อไปยังเด็กที่อยู่ในครอบครัวในที่สุด เน้นย้ำ ผู้ปกครองต้องพาบุตรหลานที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี ไปรับวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด คือ อายุ 2 เดือน, 4 เดือน, 6 เดือน, 1 ปีครึ่ง และฉีดเข็มกระตุ้นเมื่ออายุ 4 ปี สำหรับพื้นที่ที่มีการระบาดของ โรคไอกรนอยู่ในขณะนี้ คือ จังหวัดปัตตานีและนราธิวาส เด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 1 ปี ควรฉีดวัคซีนให้ครบ 3 เข็ม โดยเข็มแรกสามารถรับวัคซีนได้ตั้งแต่ อายุ 6 สัปดาห์ เข็มสอง และเข็มสาม ห่างกัน 4 สัปดาห์ พร้อมสังเกตอาการของบุตรหลานอย่างใกล้ชิด หากมีอาการของโรคไอกรน ให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน สำหรับกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ควรไปรับวัคซีนไอกรน ตั้งแต่อายุครรภ์ที่ 27-36 สัปดาห์ นอกจากนี้ผู้ใหญ่ที่อยู่ใน บ้านที่มีเด็กเล็กควรไปรับวัคซีนเช่นกัน เพื่อป้องกันการเกิดโรคในผู้ใหญ่แล้วแพร่เชื้อต่อไปยังเด็กในครอบครัว หากมีข้อสงสัย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน กรมควบคุมโรค โทร. 1422

สคร.12 สงขลาไอกรนโรคร้ายอันตรายถึงตาย
Gimyong banner