อย่างไรก็ดี แม้จะมีช่องทางการให้บริการหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่เกิดขึ้น การจะเข้าถึงแหล่งเงินทุนเหล่านั้น ปัจจัยสำคัญโดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย คือการเร่งปรับตัวด้านการจัดทำบัญชีของธุรกิจ ด้านการเดินบัญชีกับสถาบันการเงิน ด้านการจัดทำแผนธุรกิจ และด้านการสร้างวินัยทางการเงิน เช่น การชำระหนี้ให้ตรงเวลา และการใช้เงินให้ตรงตามวัตถุประสงค์การกู้ยืม เพื่อเป็นการสร้างเครดิตให้แก่ผู้กู้ ให้ผู้ให้บริการเกิดความมั่นใจในด้านความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้
ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการ P2P Lending ควรพิจารณาความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้บริการ สำหรับผู้กู้ การเพิ่มช่องทางใหม่ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน อาจทำให้เกิดการก่อหนี้เกินตัว สำหรับผู้ให้กู้ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ของผู้กู้ซึ่งจะทำให้ผู้ให้กู้ไม่ได้รับชำระหนี้หรือดอกเบี้ยคืนตามสัญญา หรือความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของผู้ให้กู้เองเนื่องจากผู้ให้กู้อาจไม่สามารถยกเลิกการให้สินเชื่อหรือเรียกให้ผู้กู้ชำระหนี้คืนก่อนกำหนดได้ ดังนั้นนอกเหนือจากการพิจารณาข้อมูลเครดิตของผู้กู้แล้ว สิ่งสำคัญคือผู้ให้กู้ต้องศึกษาข้อมูลความเสี่ยงของสินเชื่อที่ตนเองจะปล่อยกู้ร่วมด้วย นอกจากนี้ ยังอาจเกิดโอกาสที่ผู้ให้กู้จะถูก platform หรือผู้กู้หลอกลวงได้ เนื่องจากเป็นการให้กู้โดยที่ทั้งผู้ให้กู้และผู้กู้ไม่จำเป็นต้องรู้จักกัน
ปัจจุบัน ธปท. เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจจะประกอบธุรกิจเป็น platform เข้าทดสอบการให้บริการภายในขอบเขตที่จำกัดกับ ธปท. ก่อนการยื่นขออนุญาต เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ให้บริการ platform จะมีความมั่นคง ความโปร่งใสและความเหมาะสมในการดำเนินงาน ก่อนจะออกให้บริการแก่ประชาชนในวงกว้าง

ที่มา:P2P Lending (peer-to-peer lending) สินเชื่อออนไลน์ระหว่างบุคคลรูปแบบใหม่
ผู้จัดทำ : ญาณิศรา ศตะรัต
ผู้วิเคราะห์อาวุโส ส่วนคุ้มครองและให้ความรู้ผู้ใช้บริการทางการเงิน
ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้
บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความคิดเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย