ทั้งนี้ หลังจากผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัด ทางโรงพยาบาลจะมีกระบวนการติดตามผู้ป่วยในระยะยาว โดยการติดตามอาการครั้งแรกจะนัดหนึ่งหรือสองสัปดาห์หลังผ่าตัด และจะติดตามในความถี่ที่น้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป (โดยจะนัดทุก 3 เดือน ถึง 1 ปีครึ่ง และทุก 6 เดือน จนถึง 5 ปี หลังจากนั้นอาจนัดทุก 1 - 2 ปี)
นายแพทย์กำธร กล่าวว่า ผลตอบรับตั้งแต่ทำการรักษาผู้ป่วยโรคอ้วนถือว่าดีมาก คนไข้น้ำหนักลดลงค่อนข้างดี โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 30% ของน้ำหนักตั้งต้น ซึ่งคุณภาพชีวิตของคนไข้หลังจากได้รับการผ่าตัดดีขึ้นมาก สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น ช่วยเหลือตัวเองและครอบครัวได้ อีกทั้งโรคร่วมที่เป็นอยู่มีอาการดีขึ้นตามไปด้วย
ตลอดระยะเวลาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ได้ทำการรักษาและผ่าตัดผู้ป่วยโรคอ้วน จนถึงปัจจุบันที่มีการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านการผ่าตัดรักษาโรคอ้วนแบบครบวงจร โดยยึดหลักปรัชญาชี้นำ "ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นที่หนึ่ง” พร้อมตั้งเป้าเป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านการผ่าตัดรักษาโรคอ้วน (Center of Excellence : COE) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการยื่นขอการรับรองมาตรฐานระดับสากล โดยสถาบันจากต่างประเทศ เพื่อเป็นการยกระดับการรักษาผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม โรคอ้วนเป็นพฤติกรรมที่จะอยู่ติดตัวผู้ป่วยไปตลอดชีวิต ผู้ป่วยต้องมีการควบคุมอาหาร ออกกำลังกายที่ถูกต้อง เหมาะสม ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี และไม่กลับเข้าสู่ภาวะโรคอ้วนอีกครั้ง
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการผ่าตัดรักษาโรคอ้วน โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เปิดให้บริการทุกวันพุธ โทร. 06-2580-1122, 0-7445-1760 ถึง 1 Facebook : ศูนย์การผ่าตัดรักษาโรคอ้วน โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ www.facebook.com/Songklanagarind.Obesity.Center Website : https://secoms.medicine.psu.ac.th Line : ศูนย์โรคอ้วน รพ.ม.อ. หรือ ค้นหาเพื่อนด้วยหมายเลขโทรศัพท์ 625801122



