นพ.สงกรานต์ ไหมชุม ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรืออัมพฤกษ์ อัมพาต คือภาวะสมองขาดเลือดที่เกิดจากหลอดเลือดสมองตีบ/อุดตันหรือมีเลือดออกในสมองหรืออาการเส้นเลือดในสมองตีบทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงสมองได้ ทำให้เซลล์สมองขาดออกซิเจน ส่งผลให้สมองตาย ทำให้เกิดอาการปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความพิการ และเสียชีวิตได้ หากรับการรักษาไม่ทันเวลา ขอให้ประชาชนสังเกตอาการตนเองตามหลักการ F.A.S.T. ดังนี้ F (Face) ใบหน้าชาหรืออ่อนแรง ปากเบี้ยว มุมปากตก ตามัวเห็นภาพซ้อน A(Arm) แขนหรือขาอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่งยกแขนหรือขาไม่ขึ้น S (Speech) พูดไม่ชัด พูดลำบาก มีปัญหาในการพูด T(Time) ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันทีภายใน 4 ชั่วโมงครึ่ง หากพบอาการข้างต้น ควรรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุดหรือโทรสายด่วน1669 เพื่อจะได้รับการรักษาและฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปกติมากที่สุด ซึ่งจากสถิติผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ประมาณร้อยละ 10 สามารถกลับมาเป็นปกติได้ และอีกส่วนหนึ่งอาจหลงเหลืออาการเล็กน้อย บางคนหลงเหลือความพิการปานกลางถึงรุนแรง เช่น มีภาวะเกร็ง อ่อนแรงที่ส่งผลต่อการเดิน และร้อยละ 30 จะเป็นกลุ่มที่มีผลลัพธ์ของการรักษาค่อนข้างแย่หรือเสียชีวิต
นพ.สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยง โดยเริ่มตั้งแต่การตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมระดับความดันโลหิต ไขมันและระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เลิกสูบบุหรี่ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง อาหารรสเค็มจัดและอาหารที่มีไขมันสูง เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน เครื่องในสัตว์ รับประทานผักและผลไม้ทุกวัน ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงความเครียด และตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พฤติกรรมเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง หากมีโรคร่วมอาจจะต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้ดูแลอย่างใกล้ชิดมากขึ้น
ที่มา : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา