
“ซึ่งนักวิจัยจํากมหาวิทยําลัยโอทําโกของนิวซีแลนด์ พบว่ําการเพิ่มขึ้นของเยาวชนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้ําในนิวซีแลนด์ มีมากกว่ําจำนวนผู้เลิกสูบบุหรี่มวน ดังนั้นบริษัทบุหรี่จะอ้ํางไม่ได้ว่ําบุหรี่ไฟฟ้ําเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยใน กํารเลิกสูบบุหรี่มวน นอกจากนี้ประเทศที่ให้ขํายบุหรี่ไฟฟ้ําอย่ํางถูกกฎหมําย เช่น สหรัฐอเมริกํา สหราชอาณาจักรและนิวซีแลนด์ ล้วนเกิดปัญหําการแพร่ระบําดของบุหรี่ไฟฟ้ําในกลุ่มเยําวชน ซึ่งสําเหตุสำคัญคือการตลาดของบริษัทบุหรี่ที่มุ่งเป้ําไปยังกลุ่มเยาวชนให้เป็นลูกค้ําบุหรี่ไฟฟ้ํา ทั้งนี้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ได้ทบทวนวรรณกรรมงานวิจัยจากทั่วโลก จำนวน 200ชิ้น พบว่ําเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ําที่ไม่เคยสูบบุหรี่มวนมาก่อนมีโอกําสเสี่ยงเพิ่มขึ้น 3 เท่ํา ที่จะสูบบุหรี่มวนในอนาคตเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่บุหรี่ไฟฟ้ํา” ผศ.ดร.นพ.วิชช์ กล่ําว
ผศ.ดร.นพ.วิชช์ ยืนยันถึง ผลการสำรวจการบริโภคยาสูบระดับโลกในเยาวชน 75 ประเทศ ได้ชี้ชัดว่ําประเทศที่มีนโยบายแบนบุหรี่ไฟฟ้ํา มีอัตรํากํารใช้บุหรี่ไฟฟ้ําในเยาวชนน้อยกว่ําเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่ไม่มีนโยบํายแบนบุหรี่ไฟฟ้ําที่กำลังเกิดวิกฤตกํารแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ถึง 1.6 เท่ํา ดังนั้นประเทศไทยต้องคงกฎหมายห้ํามนำเข้ําห้ํามขายบุหรี่ไฟฟ้ําต่อไป และเร่งบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในทุกมิติเพื่อปกป้องเยาวชนไทยอนาคตของชาติจากการเป็นเหยื่อของบุหรี่ไฟฟ้ํา