มิจฉาชีพจะว่าจ้างให้ผู้อื่นไปเปิดบัญชีเงินฝาก แล้วเก็บบัตร ATM และสมุดบัญชีของคนนั้นไว้เพื่อใช้ถอนเงินเมื่อเหยื่อโอนเงินมาให้ ซึ่งการรับจ้างเปิดบัญชีแทนผู้อื่นมีความผิดตาม กฎหมาย ดังนั้น หากไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งในขบวนการต้มตุ๋นต้องไม่รับจ้างเปิดบัญชีแทนใคร นอกจากการหลอกว่าจ้างเปิดบัญชีแล้วมิจฉาชีพอาจหลอกใช้บัญชีเงินฝากของเหยื่อเป็นบัญชีผ่าน เช่น หลอกว่าเป็นบริษัทข้ามชาติซึ่งไม่มีบัญชีเงินฝากในประเทศไทย และเพื่อความสะดวกของลูกค้า จึงขอใช้บัญชีเงินฝากของเหยื่อในการรับเงินโดยจ่ายค่าจ้างให้จำนวนหนึ่ง



คาถากันภัย...แก๊งคอลเซ็นเตอร์
คิดทบทวน ว่าเรื่องราวที่ได้ยินมามีความเป็นไปได้ มากน้อยแค่ไหน เคยทำธุรกรรมกับหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงหรือไม่ หรือเคยเข้าร่วมชิงรางวัลกับองค์กรไหนหรือเปล่า
ไม่รู้จัก ไม่คุ้นเคย ไม่ให้ข้อมูล ทั้งข้อมูลส่วนตัว เช่น เลขที่บัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด และข้อมูลทาง การเงิน เช่น เลขบัญชี รหัสกดเงิน
ไม่ทำรายการที่เครื่อง ATM ตามคำบอก แม้จะได้รับการบอกกล่าวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือสถาบันการเงิน เพราะหน่วยงานของรัฐและสถาบันการเงินไม่มีนโยบายสอบถามข้อมูลส่วนตัว ของประชาชนหรือลูกค้าผ่านทางโทรศัพท์
ตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนเงิน สอบถาม สถาบันการเงินหรือหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงโดยตรง โดยติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า (Call Center) หรือติดต่อที่สาขาของสถาบันการเงินนั้น ๆ
ไม่โอนเงินคืนเอง หากมีคนโอนเงินผิดเข้าบัญชี ควรตรวจสอบโดยตรงกับสถาบันการเงินถึงที่มา ของเงินดังกล่าว หากเป็นเงินที่โอนผิดจริง จะต้องให้สถาบันการเงินเป็นผู้ดำเนินการโอนเงินคืนเท่านั้น
ข้อมูลอ้างอิง : www.1213.or.th : ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) โทร. 1213
: หนังสือรู้รอบเรื่องการเงิน รู้รอบระวังภัยhttps://www.1213.or.th/Documents/booklet/FCCBooklet05.pdf
